ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับแบบสอบคัดเลือกระดับบัณฑิตศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยวิธีแมนเทล-เฮนส์เซล

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับแบบสอบคัดเลือกระดับบัณฑิตศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยวิธีแมนเทล-เฮนส์เซล
นักวิจัย : เกษร หว่างจิตร
คำค้น : DIF METHODOLOGY , DIFFERENTIAL ITEM FUNCTIONING , TESTITEM BIAS , MANTEL-HAENSZEL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539001245
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ (DIF) วิชาภาษาไทยและวิชาภาษาอังกฤษ ด้วยวิธีแมนเทล-เอนส์เซล สำหรับกลุ่มผู้สอบเมื่อจำแนกตามเพศ ภูมิลำเนา ประสบการณ์ในการสอบ และสังกัดของสถานศึกษา โดยใช้ข้อมูลการตอบข้อสอบวิชาสอบร่วมในส่วนที่เป็นข้อสอบแบบหลายตัวเลือกของศูนย์ทดสอบทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รหัสการสอบที่ 383 ข้อมูลประกอบด้วยผู้สอบวิชาภาษาไทยจำนวน 506 คนและวิชาภาษาอังกฤษ 501 คน วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานโดยใช้โปรแกรม SPSS/PC('+) วิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ โดยใช้โปรแกรม MH(,DIF) วิเคราะห์ความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในโดยใช้โปรแกรมการวิเคราะห์ข้อสอบแนวทฤษฎีดั้งเดิม (CTIA) และวิเคราะห์ความตรงตามทฤษฎีด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน โดยใช้โปรแกรมLISREL 8.10 ผลการวิจัยพบว่า 1. ข้อสอบที่พบ DIF ส่วนใหญ่เป็นแบบอเนกรูป ข้อสอบที่ DIF ทั้งแบบเอกรูปและแบบอเนกรูปเกิดขึ้นเมื่อการวิเคราะห์จำแนกกลุ่มผู้สอบตามเพศมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ภูมิลำเนาและสังกัดของสถานศึกษา ส่วนการจำแนกกลุ่มผู้สอบตามประสบการณ์ในการสอบ มีข้อสอบที่พบ DIF น้อยที่สุด 2. ผลการวิเคราะห์ลักษณะของข้อสอบที่พบ DIF ส่วนใหญ่เป็นข้อสอบที่มีค่าอำนาจจำแนกค่อนข้างต่ำ (0.20-0.39)สอดคล้องกันทั้งวิชาภาษาไทยและวิชาภาษาอังกฤษ สำหรับข้อสอบที่พบ DIF ในวิชาภาษาไทยส่วนใหญ่เป็นข้อสอบที่ง่ายมาก(0.80-1.00) แต่ในวิชาภาษาอังกฤษส่วนใหญ่เป็นข้อสอบที่ยาก(0.00-0.19) เมื่อพิจารณาลักษณะเนื้อหาของข้อสอบที่พบ DIFในวิชาภาษาไทย พบว่า เป็นข้อสอบที่มีเนื้อหาด้านการใช้ภาษา1 มากที่สุด และในวิชาภาษาอังกฤษพบว่าข้อสอบที่พบ DIFเป็นข้อสอบที่มีเนื้อหาด้านการให้รายละเอียดมากที่สุด 3. ค่าความเที่ยงและค่าความตรงตามทฤษฎีของแบบสอบกรณีก่อนและหลังการตัดข้อสอบที่พบ DIF ออกจากแบบส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งในวิชาภาษาไทยและวิชาภาษาอังกฤษ

บรรณานุกรม :
เกษร หว่างจิตร . (2539). การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับแบบสอบคัดเลือกระดับบัณฑิตศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยวิธีแมนเทล-เฮนส์เซล.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เกษร หว่างจิตร . 2539. "การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับแบบสอบคัดเลือกระดับบัณฑิตศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยวิธีแมนเทล-เฮนส์เซล".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เกษร หว่างจิตร . "การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับแบบสอบคัดเลือกระดับบัณฑิตศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยวิธีแมนเทล-เฮนส์เซล."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
เกษร หว่างจิตร . การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบสำหรับแบบสอบคัดเลือกระดับบัณฑิตศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยวิธีแมนเทล-เฮนส์เซล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.