| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ของความคลาด เคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้นเมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม |
| นักวิจัย | : | รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย |
| คำค้น | : | HETEROSCEDASTICITY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000923 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอำนาจการทดสอบของตัวสถิติที่ใช้ตรวจสอบปัญหา ความคลาดเคลื่อนสุ่มมีความแปรปรวนไม่คงที่ในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น 3 วิธีคือ 1. การทดสอบแจ็คไนฟ์ 2. การทดสอบด้วยอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็น 3. การทดสอบของบาร์ตเลตต์เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม 4 กลุ่มโดยกำหนดให้มีกรณีความคลาดเคลื่อนสุ่มมีการแจกแจงปกติที่มีค่าเฉลี่ยคงที่เท่ากับ 0 และ 100 และกรณีที่ความคลาดเคลื่อนสุ่มมีการแจกแจงปกติปลอมปนที่มีค่าเฉลี่ยคงที่เท่ากับ 0 และ 100 และความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนในแต่ละกลุ่มมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นจากกลุ่ม 1 < กลุ่ม 2 <กลุ่ม 3 < กลุ่ม 4 และใช้หลักเกณฑ์ของ นอนเซ็นทรัลลิตี้ พารามิเตอร์ เพื่อแบ่งขนาดของความแตกต่างของความแปรปรวนให้มีขนาดความแตกต่างน้อย,ปานกลาง, มาก ขนาดของตัวอย่างในแต่ละกลุ่มกำหนดเป็น 10,20,30 สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้จากการจำลองด้วยเทคนิคมอนติคาร์โล บนเครื่องคอมพิวเตอร์ Acer Power PT560c Pentium Processor 500 ครั้ง สำหรับแต่ละสถานการณ์ที่กำหนดในการคำนวณหาค่าความน่าจะเป็นของการเกิดความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 และค่าอำนาจการทดสอบของการทดสอบทั้ง 3 วิธี ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. การทดสอบทั้ง 3 วิธี สามารถควบคุมความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1ได้ตามเกณฑ์ของ Bradley ที่ระดับนัยสำคัญเท่ากับ 0.01 และ 0.05 2. การทดสอบแจ็คไนฟ์จะมีค่าอำนาจการทดสอบสูงสุด เมื่อความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบปกติ ที่ขนาดตัวอย่างในแต่ละกลุ่มเท่ากับ 20 และ 30 3. การทดสอบด้วยอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นจะมีค่าอำนาจการทดสอบสูงสุด เมื่อความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบปกติที่ขนาดตัวอย่างในแต่ละกลุ่มเท่ากับ 10 และเมื่อความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบปกติปลอมปนที่เปอร์เซ็นต์การปลอมปน เทากับ 5% และ 10% และขนาดตัวอย่างในแต่ละกลุ่มเท่ากับ 10,20 และ 30 4. ค่าเฉลี่ยของการแจกแจงไม่มีผลต่อระดับอำนาจการทดสอบในแต่ละกรณี ที่ทำการศึกษา 5. ค่าสเกลคอนทามิเนตจะมีผลต่อค่าอำนาจการทดสอบคือ เมื่อค่าสเกลคอนทามิเนตสูงขึ้นอำนาจ การทดสอบจะมีค่าสูงขึ้นในระดับอัตราส่วนความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนเดียวกัน สำหรับเปอร์เซ็นต์การปลอมปนจะมีผลต่อค่าอำนาจการทดสอบคือ เมื่อค่าเปอร์เซ็นต์การปลอมปนสูงขึ้น อำนาจการทดสอบจะต่ำลงในระดับอัตราส่วนความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนเดียวกัน |
| บรรณานุกรม | : |
รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . (2538). การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ของความคลาด เคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้นเมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . 2538. "การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ของความคลาด เคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้นเมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . "การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ของความคลาด เคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้นเมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ของความคลาด เคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้นเมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
