ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ ของความคลาดเคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ ของความคลาดเคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม
นักวิจัย : รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย
คำค้น : การวิเคราะห์ความแปรปรวน , การวิเคราะห์การถดถอย , การวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อน (คณิตศาสตร์) , การแจกแจง (ทฤษฎีความน่าจะเป็น)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มานพ วราภักดิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : 9746343521 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48074
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอำนาจการทดสอบของตัวสถิติ ที่ใช้ตรวจสอบปัญหา ความคลาดเคลื่อนสุ่มมีความแปรปรวนไม่คงที่ในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น 3 วิธี คือ 1. การทดสอบแจ็คไนฟ์ 2. การทดสอบด้วยอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็น 3. การทดสอบของบาร์เลตต์ เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม 4 กลุ่ม โดยกำหนดให้มีกรณีความคลาดเคลื่อนสุ่มมีการแจกแจงปกติที่มีค่าเฉลี่ยคงที่เท่ากับ 0 และ 100 และกรณีที่ความคลาดเคลื่อนสุ่มมีการแจกแจงปกติปลอมปนที่มีค่าเฉลี่ยคงที่เท่ากับ 0 และ 100 และความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนในแต่ละกลุ่มมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นจากกลุ่ม 1< กลุ่ม 2< กลุ่ม 3< กลุ่ม 4 และใช้หลักเกณฑ์ของนอนเซ็นทรัลลิตี้ พารามิเตอร์ เพื่อแบ่งขนาดของความแตกต่างของความแปรปรวนให้มีขนาดความแตกต่างน้อย, ปานกลาง, มาก ขนาดของตัวอย่างในแต่ละกลุ่มกำหนดเป็น 10, 20, 30 สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้จากการจำลองด้วยเทคนิคมอนติคาร์โล บนเครื่องคอมพิวเตอร์ Acer Power PT560o Pentium Processor 500 ครั้ง สำหรับแต่ละสถานการณ์ที่กำหนดในการคำนวณหาค่าความน่าจะเป็นของการเกิด ความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 และค่าอำนาจการทดสอบของการทดสอบทั้ง 3 วิธี ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. การทดสอบทั้ง 3 วิธี สามารถควบคุมความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ตามเกณฑ์ของ Bradley ที่ระดับนัยสำคัญเท่ากับ 0.01 และ 0.05 2. การทดสอบแจ็คไนฟ์ที่จะมีค่าอำนาจการทดสอบสูงสุด เมื่อความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบปกติ ที่ขนาดตัวอย่างในแต่ละกลุ่มเท่ากับ 20 และ 30 3. การทดสอบด้วยอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นจะมีค่าอำนาจการทดสอบสูงสุด เมื่อความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบปกติที่ขนาดตัวอย่างในแต่ละกลุ่มเท่ากับ 10 และเมื่อความคลาดเคลื่อนมีการแจกแจงแบบปกติปลอมปนที่เปอร์เซ็นต์การปลอมปนเท่ากับ 5% และ 10% และขนาดตัวอย่างในแต่ละกลุ่มเท่ากับ 10, 20 และ 30 4. ค่าเฉลี่ยของการแจกแจงไม่มีผลต่อระดับอำนาจการทดสอบในแต่ละกรณีที่ทำการศึกษา 5. ค่าสเกลคอนทามิเนตจะมีผลต่อค่าอำนาจการทดสอบคือ เมื่อค่าสเกลคอนทามิเนตสูงขึ้นอำนาจ การทดสอบจะมีค่าสูงขึ้นในระดับอัตราส่วนความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนเดียวกัน สำหรับเปอร์เซ็นต์การปลอมปนจะมีผลต่อค่าอำนาจการทดสอบคือ เมื่อเปอร์เซ็นต์การปลอมปนสูงขึ้นอำนาจการทดสอบจะต่ำลงในระดับอัตราส่วนความแปรปรวนของความคลาดเคลื่อนเดียวกัน

บรรณานุกรม :
รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . (2539). การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ ของความคลาดเคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . 2539. "การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ ของความคลาดเคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . "การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ ของความคลาดเคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print.
รุ่งอรุณ เตชะทรงชัย . การเปรียบเทียบตัวสถิติสำหรับการทดสอบความแปรปรวนที่ไม่คงที่ ของความคลาดเคลื่อนในตัวแบบความถดถอยเชิงเส้น เมื่อข้อมูลถูกแบ่งเป็นกลุ่ม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.