ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การผลิตมอลโตเดกซ์ทรินจากแป้งมันสำปะหลังโดยใช้เอนไซม์แอลฟา-อะมิเลสที่ทนความร้อน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การผลิตมอลโตเดกซ์ทรินจากแป้งมันสำปะหลังโดยใช้เอนไซม์แอลฟา-อะมิเลสที่ทนความร้อน
นักวิจัย : จิรารัตน์ ทัตติยกุล
คำค้น : TAPIOCA STARCH , TWIN-SCREW EXTRUSION COOKING PROCESS , MALTODEXTRINS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537001014
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ มุ่งศึกษาสภาวะที่เหมาสะสมในการผลิต และเปรียบเทียบสมบัติของมอลโคเดกซ์ทรินที่ได้จากกระบวนการผลิตแบบกะและกระบวนการเอกซ์ทรูชันแบบสกรูคู่ ในกระบวนการผลิตแบบกะ ได้ศึกษาปัจจัยที่มีความสำคัญ คือ ความเข้มข้นของไอนไซม์ (XI) อุณหภูมิ (X2) และเวลาในการผลิต (X3) ในช่วงร้อยละ 0.01-0.10 80-90 องศาเซลเซียส และ40-120 นาที ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลโดย Response SurfaceMethodology (RSM) ได้ความสัมพันธ์ระหว่างค่า D.E. ของผลิตภัณฑ์ (Y) กับปัจจัยทั้งสม ดังสมการที่ 1 Y = -301.8919 + 385.0736X1 + 6.5818x2 + 0.2949X3 - 2248.8541X1('2) -0.0368X2('2) - 0.0013X3('2) + 0.4136X1X3. ...........(1) ในกระบวนการเอกซ์ทรูชันแบบสกรูคู่ ศึกษาปัจจัยที่มีความสำคัญต่อระบบการผลิต คือ ความชื้นของส่วนผสมวัตถุดิบ (X1) ในช่วงร้อยละ 30-40ความเข้มข้นของเอนไซม์ (X2) ร้อยละ 0.01-0.10 และอุณหภูมิของโค (X3)120-130 องศาเซลเซียส ได้ความสัมพันธ์ระหว่างค่า D.E. ของ ผลิตภัณฑ์(Y) กับปัจจัยทั้งสาม ดังสมการที่ 2 Y = -491.8243 + 13.0743X1 + 792.9028X2 + 3. 9112X3 - 737.3810X2('2) -0.1035X1X3 - 4.7770X2X3.................(2) พบว่า สมการที่ 1 สามารถนำไปใช้ในการทำนายสภาวะการผลิตได้โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนร้อยละ 1.22('+)(,-)0.41 ส่วนสมการที่ 2 สามารถนำไปใช้ในการทำนายสภาวะการผลิตได้โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนร้อยละ7.43('+)(,-)1.34 และเมื่อทดลองผลิตมอลโตเดกซ์ทรินที่มีค่า D.E. ประมาณ10 และ 14 โดยใช้สมการที่ 1 และ 2 ทำนายสภาวะการผลิต พบว่า กระบวนการผลิตแบบกะให้ผลผลิตร้อยละ 87.03('+)(,-) 2.49 ในขณะที่กระบวนการเอกซ์ทรูชันแบบสกรูคู่ให้ผลผลิตร้อยละ 55.05('+)(,-)1.57 มอลโตเดกซ์ทรินจากกระบวนการผลิตแบบกะที่มีค่า DextroseEquivalent (D.E.) เท่ากับ 10.06 และ 14.11 และมอลโตเดกซ์ทรินจากกระบวนการ เอกซ์ทรูชันแบบสกรูคู่ที่มีค่า D.E. เท่ากับ 10.68 และ12.81 มี Saccharides Profile เหมือนกับ โดยเมื่อค่า D.E. เพิ่มขึ้น แซคคาไรด์ที่มี Degree of Polymerization (D.P.) ต่ำ ๆ จะเพิ่มขึ้นเมื่อนำมอลโตเดกซ์ทรินทั้งสี่ตัวอย่างที่ผลิตได้ มาเตรียมให้มีความเข้มข้นในช่วงร้อยละ 32-48 มอลโตเดกซ์ทรินทั้งสี่จะมีลักษณะการไหลเป็นแบบNewtonian ซึ่งมีค่า Flow-behavior index เท่ากับ 1.03('+)(,-)0.02 และConsistency index เท่ากับ 0.046('+)(,-)0.007 mPas ในช่วงที่มีค่าShear rate 150-1000 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับน้ำมันพืช เมื่อนำมอลโต-เดกซ์ทรินทั้ง 4 ตัวอย่างไปใช้ทดแทนน้ำมันพืชในการผลิตน้ำสลัดชนิดข้นในอัตราส่วนร้อยละ 25 และ 50 พบว่า น้ำสลัดชนิดข้นที่มีการใช้มอลโต-เดกซ์ทรินทดแทนน้ำมันพืชไม่มีความแตกต่างในด้านความข้นหนืดและรสชาติจากน้ำสลัดที่มีการใช้น้ำมันพืชเต็มสูตรอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95

บรรณานุกรม :
จิรารัตน์ ทัตติยกุล . (2537). การผลิตมอลโตเดกซ์ทรินจากแป้งมันสำปะหลังโดยใช้เอนไซม์แอลฟา-อะมิเลสที่ทนความร้อน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิรารัตน์ ทัตติยกุล . 2537. "การผลิตมอลโตเดกซ์ทรินจากแป้งมันสำปะหลังโดยใช้เอนไซม์แอลฟา-อะมิเลสที่ทนความร้อน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิรารัตน์ ทัตติยกุล . "การผลิตมอลโตเดกซ์ทรินจากแป้งมันสำปะหลังโดยใช้เอนไซม์แอลฟา-อะมิเลสที่ทนความร้อน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
จิรารัตน์ ทัตติยกุล . การผลิตมอลโตเดกซ์ทรินจากแป้งมันสำปะหลังโดยใช้เอนไซม์แอลฟา-อะมิเลสที่ทนความร้อน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.