ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของกรดไขมันบางชนิดต่อการเจริญในหลอดทดลอง และความอยู่รอดหลังการย้ายฝากของเมาซ์เอ็มบริโอ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของกรดไขมันบางชนิดต่อการเจริญในหลอดทดลอง และความอยู่รอดหลังการย้ายฝากของเมาซ์เอ็มบริโอ
นักวิจัย : บุณฑริก เก้าเอี้ยน
คำค้น : FATTY ACID , ALBUMIN , EMBRYO CULTURE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000931
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานทดลองครั้งนี้ มุ่งศึกษาความสำคัญของกรดไขมัน 3 ชนิดได้แก่กรดโอเลอิก, กรดลิโนเลอิก และกรดอะราคิโดนิก ต่อการเจริญนอกร่างกายของเอ็มบริโอหนูเมาซ์ จากระยะ 2-เซลล์ จนเป็นบลาสโตซีสที่หลุดจากโซนา-เพลลูซีดาภายนอกร่างกาย และความอยู่รอดหลังการย้ายฝาก ผลการเพาะเลี้ยงเอ็มบริโอระยะ 2-เซลล์ ในน้ำยาเพาะเลี้ยง M-16 ที่มีกรดไขมันเหล่านี้เข้มข้น 0.18, 0.09 และ 0.045 mM แสดงให้เห็นว่าเอ็มบริโอที่เจริญในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่มีกรดไขมันเข้มข้น 0.045 mM สามารถเจริญได้ดีที่สุดอย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบการเจริญของเอ็มบริโอในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่มีกรดไขมันแต่ละชนิดที่มีความเข้มข้น 0.045 mM ทั้ง 3 กลุ่มกับกลุ่มควบคุม พบว่าเอ็มบริโอทุกกลุ่มสามารถเจริญจาก ระยะ 2-เซลล์ ถึงมอรูลาได้ไม่แตกต่างกัน และไม่มีเอ็มบริโอกลุ่มใดที่เจริญในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่เติมกรดไขมันเจริญได้ดีกว่ากลุ่มควบคุม เอ็มบริโอในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่เติมกรดอะราคิโดนิกดูจะเจริญได้น้อยกว่ากลุ่มอื่น ๆ แต่ไม่ถึงระดับที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05) ส่วนการเจริญถึงระยะบลาสโตซีสพบว่าเปอร์เซ็นต์ของเอ็มบริโอที่เจริญในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่มีกดลิโนเลอิก(37.32%) ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (49.46%) เล็กน้อย และต่ำกว่ากลุ่มที่เจริญในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่มีกรดอะราคิโดนิก (56.65%) หรือมีกรดโอเลอิก(57.80%) อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) การเจริญของบลาสโตซีสต่อไปจนถึงขั้นหลุดออกจาก โซนาเพลลูซีดาในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่มีกรดไขมันทุกกลุ่มต่ำกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่มีกรดไขมันในน้ำยาเพาะเลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกรดลิโนเลอิก และกลุ่มที่มีกรดอะราคิโดนิก มีเปอร์เซ็นต์การเจริญของเอ็มบริโอระยะสั้นต่ำกว่ากลุ่มควบคุม และกลุ่มที่มีกรดโอเลอิกอย่างมีนัยสำคัญ ผลการทดลองเหล่านี้อาจแสดงให้เห็นว่า กรดโอเลอิกมีผลดีต่อการเจริญของเอ็มบริโอมากกว่ากรดไขมันตัวอื่นที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้แต่เมื่อศึกษาผลต่อเนื่องของกรดโอเลอิกที่ความเข้มข้น 0.045 mM ต่อการฝังตัวและการอยู่รอดของเอ็มบริโอหลังการย้ายฝากไปยังตัวรับ เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่มีกรดไขมัน ปรากฏว่าทั้ง 2 กลุ่มให้ผลในการฝังตัวที่มดลูก และจำนวนลูกที่คลอดไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยสรุป การศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า กรดไขมัยที่ปนเปื้อนในซีรัมอัลบูมินปกติ น่าจะมีผลสนับสนุนการเจริญนอกร่างกายของเอ็มบริโอ-หนูเมาซ์ระยะก่อนการฝังตัว การเติมกรดลิโนเลอิก อะราคิโดนิก หรือโอเลอิก ชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงชนิดเดียวในน้ำยาเพาะเลี้ยงไม่ช่วยให้เอ็มบริโอเจริญได้ดีขึ้น อาจต้องมีกรดไขมันอยู่ร่วมกันหลายชนิด หรือมีสารอื่นที่จำเป็นต่อการเจริญของเอ็มบริโอ (ซึ่งอาจสูญเสียไปในกระบวนการสกัดไขมัยออกจากซีรัมอัลบูมิน) นอกจากนี้ เอธานอลที่ใช้เป็นตัวทำละลายกรดไขมันยังอาจมีผลกระทบต่อการเจริญของเอ็มบริโอที่เพาะเลี้ยงที่ใช้ซีรัมอัลบูมินชนิดปราศจากไขมันด้วย

บรรณานุกรม :
บุณฑริก เก้าเอี้ยน . (2537). ผลของกรดไขมันบางชนิดต่อการเจริญในหลอดทดลอง และความอยู่รอดหลังการย้ายฝากของเมาซ์เอ็มบริโอ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุณฑริก เก้าเอี้ยน . 2537. "ผลของกรดไขมันบางชนิดต่อการเจริญในหลอดทดลอง และความอยู่รอดหลังการย้ายฝากของเมาซ์เอ็มบริโอ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุณฑริก เก้าเอี้ยน . "ผลของกรดไขมันบางชนิดต่อการเจริญในหลอดทดลอง และความอยู่รอดหลังการย้ายฝากของเมาซ์เอ็มบริโอ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
บุณฑริก เก้าเอี้ยน . ผลของกรดไขมันบางชนิดต่อการเจริญในหลอดทดลอง และความอยู่รอดหลังการย้ายฝากของเมาซ์เอ็มบริโอ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.