ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อัลตราสตรัคเจอร์ของตาประกอบของผึ้งมิ้ม (Apis florea) และผึ้งหลวง(Apis dorsata)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อัลตราสตรัคเจอร์ของตาประกอบของผึ้งมิ้ม (Apis florea) และผึ้งหลวง(Apis dorsata)
นักวิจัย : กันทิมา ศรีปัญญา
คำค้น : APIS FLOREA , APIS DORSATA , COMPOUND EYES , OMMATIDIUM , RHABDOM
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000101
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ศึกษาตาประกอบของผึ้งสองชนิดคือ ผึ้งมิ้ม (Apis florea) และผึ้งหลวง (Apis dorsata) ในผึ้งมิ้มศึกษาทั้ง 3 วรรณะ คือ ผึ้งนางพญา(queen) ผึ้งตัวผู้ (drone) และผึ้งงาน (worker) ส่วนผึ้งหลวงศึกษาในผึ้งงาน ผึ้งที่นำมาศึกษาเป็นผึ้งระยะตัวเต็มวัยมีอายุระหว่าง 22-25 วันโดยนำมาจากสวนป่า จังหวัดจันทบุรีและสมุทรสงคราม ทำการศึกษาด้วยกล้องจุลทัศน์ธรรมดาและกล้องจุลทัศน์อิเลคตรอนแบบส่องผ่าน ตาประกอบแต่ละข้างของผึ้งประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เรียกว่าออมาติเดียม ซึ่งผึ้งแต่ละกลุ่มที่ทำการศึกษา มีจำนวนออมาติเดียมแตกต่างกัน โดยผึ้งมิ้มในวรรณะผึ้งนางพญา มีจำนวน 3569.33 ('+,-) 173.00 หน่วย ผึ้งตัวผู้มีจำนวน ผึ้งงานมีจำนวน 4708.07 ('+,-) 176.00 หน่วย และผึ้งงานของผึ้งหลวง มีจำนวน 6027.67 ('+,-) ตามลำดับ แต่ละออมาติเดียม ประกอบด้วยเซลล์รับความรู้สึกหรือเซลล์เรตินา8 เซลล์ ด้านบนของเซลล์กลุ่มนี้เป็นส่วนที่เรียกว่า ไดออพตริก แอพพาราตัสซึ่งประกอบด้วยกระจกตา (cuticular lens) อยู่ด้านบนและเลนส์(crystallien cone) อยู่ด้านล่าง แต่ละเลนส์ประกอบด้วยเซลล์โคนจำนวน 4 เซลล์ชิดกันแน่น ภายในไซโตพลาสซึมของแต่ละเซลล์ประกอบด้วยแกรนูลของรงควัตถุกระจายอยู่เต็มเซลล์ เลนส์มีเซลล์ล้อมรอบ 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นเซลล์รงควัตถุชนิดยาว ล้อมรอบตลอดความยาวตั้งแต่ใต้กระจกตาจนถึงโคนของเซลล์เรตินา ชั้นในติดกับเลนส์ เป็นเซลล์รงควัตถุพื้นฐานมีนิวเคลียสเป็นรูปคล้ายไตอยู่ที่โคนของเซลล์ มีอยู่จำนวน 2 เซลล์ ล้อมรอบเลนส์ตลอดความยาวของเลนส์จากด้านบนลงมาจนถึงโคนของเซลล์ จากภาคตัดขวางของเลนส์ในผึ้งตัวผู้ของผึ้งมิ้มและผึ้งงานของผึ้งหลวง เลนส์มีรูปร่างเป็นรูปไข่ ส่วนผึ้งนางพญาและผึ้งงานของผึ้งมิ้ม เลนส์มีรูปร่างค่อนข้างกลมในผึ้งนางพญาและผึ้งงานของผึ้งมิ้มพบว่ารอยต่อระหว่างโคนเซลล์บางบริเวณมีรอยโค้งเว้าเข้าไป เซลล์เรตินา เรียงตัวกระจายกันเป็นรูปวงกลมโดยด้านในแต่ละเซลล์จะมีไมโครวิลไลจำนวนมากยื่นเข้าไปสู่ศูนย์กลางในแนวตั้งฉากกับแกนของออมาติเดียมเกิดเป็นบริเวณที่เรียกว่าแรบดอม ไซโตพลาสซึมของเซลล์เรตินา มีเวสซิเคิลเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วไปและแบ่งไซโตพลาสซึมได้เป็นสองบริเวณคือ ด้านนอกเต็มไปด้วยไมโตคอนเดรียและด้านในส่วนมากเป็นเอ็นโดพลาสมิกเรติคูลัม ชนิดไม่มีแกรนูล เมื่อเปรียบเทียบขนาดและจำนวนไมโตคอนเดรียของผึ้งทั้ง 4 กลุ่มพบว่าผึ้งงานของผึ้งหลวงมีไมโตคอนเดรียที่มีขนาดใหญ่กว่าและจำนวนมากกว่าผึ้งมิ้มทั้ง 3 กลุ่ม และในผึ้งมิ้มทั้ง 3 วรรณะพบว่าผึ้งตัวผู้มีจำนวนไมโตคอนเดรียมากกว่าผึ้งงานและผึ้งนางพญา ไมโตคอนเดรียในผึ้งงานของผึ้งหลวง ผึ้งตัวผู้และผึ้งงานของผึ้งมิ้มจะมีคริสตียาว ส่วนในผึ้งนางพญาของผึ้งมิ้มไมโตคอนเดรียจะมีคริสตีสั้นและพบว่าในผึ้งตัวผู้ของผึ้งมิ้มจะมีเอ็นโดพลาสมิกเรติคูลัมชนิดไม่มีแกรนูลเด่นชัดที่สุด รูปร่างแรบดอมของผึ้งแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันคือผึ้งมิ้มวรรณะนางพญา มีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผึ้งตัวผู้มีรูปร่างคล้ายแท่งกระดูกแข็ง ผึ้งงานรูปร่างคล้ายรูปไข่และผึ้งงานของผึ้งหลวงมีรูปร่างค่อนข้างสี่เหลี่ยมจัสตุรัส

บรรณานุกรม :
กันทิมา ศรีปัญญา . (2536). อัลตราสตรัคเจอร์ของตาประกอบของผึ้งมิ้ม (Apis florea) และผึ้งหลวง(Apis dorsata).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กันทิมา ศรีปัญญา . 2536. "อัลตราสตรัคเจอร์ของตาประกอบของผึ้งมิ้ม (Apis florea) และผึ้งหลวง(Apis dorsata)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กันทิมา ศรีปัญญา . "อัลตราสตรัคเจอร์ของตาประกอบของผึ้งมิ้ม (Apis florea) และผึ้งหลวง(Apis dorsata)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
กันทิมา ศรีปัญญา . อัลตราสตรัคเจอร์ของตาประกอบของผึ้งมิ้ม (Apis florea) และผึ้งหลวง(Apis dorsata). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.