| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษากรรมวิธีการผลิตและสมบัติของเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน |
| นักวิจัย | : | อภิชาติ อิริยาภิชาติ |
| คำค้น | : | เหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน , วิธีเติมแมกนีเซียมในแบบหล่อ , COMPACTED GRAPHITE IRON , IN-MOLD TREATMENT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1378 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน (Compacted Graphite Iron) เป็นเหล็กหล่อชนิดล่าสุด ที่ได้รับการบันทึกไว้ในมาตรฐาน ASTM A 247 ในปี ค.ศ.1965 การค้นพบเกิดจากความ บังเอิญในการผลิตเหล็กหล่อเหนียว (Ductile Iron) ที่เติมแมกนีเซียมไม่เพียงพอทำให้ เหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอนไม่ได้รับความสนใจและไม่มีการพัฒนามากนักในช่วงแรก แต่ ภายหลังจากการศึกษาสมบัติในหลายด้านของเหล็กหล่อชนิดนี้พบว่ามีสมบัติที่ดีของทั้ง เหล็กหล่อเทา (Grey Iron) และเหล็กหล่อเหนียวรวมอยู่ด้วยกัน ทำให้เหล็กหล่อกราไฟต์ ตัวหนอนกลับมาได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมของผู้ผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากข้อกำหนดตามมาตรฐาน ASTM A 842-85 ที่ระบุว่าเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน ต้องมีปริมาณกราไฟต์ก้อนกลมไม่เกิน 20% และต้องไม่มีกราไฟต์เกล็ด (Flake graphite) ทำให้การควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้วยความสม่ำเสมอเป็นไปได้ยาก อีกทั้ง ข้อมูลที่จำเป็นในการผลิตจริงยังเป็นความลับทางการค้าทำให้ประเทศที่มีความรู้และการ พัฒนาด้านเหล็กหล่อสูงเท่านั้นที่สามารถผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอนได้ สำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันยังไม่มีสถานประกอบการใดที่มีความสามารถในผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอนได้ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อโรงหล่อภายในประเทศที่ต้องการผลิต เหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน งานวิจัยนี้ศึกษาหาช่วงปริมาณแมกนีเซียมที่เหมาะสมในการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์ตัว หนอนด้วยการปรับแต่งน้ำโลหะด้วยเฟอร์โรซิลิกอนแมกนีเซียมเพียงอย่างเดียวและศึกษา อิทธิพลของอุณหภูมิน้ำโลหะที่เทจากเตาลงในเบ้ารับน้ำโลหะเพื่อผสมกับแมกนีเซียมและ อุณหภูมิน้ำโลหะที่เทลงแบบหล่อที่มีผลต่อโครงสร้างกราไฟต์ และอิทธิพลของอัตราการเทน้ำ โลหะที่มีต่อโครงสร้างกราไฟต์ในงานหล่อสำหรับการผลิตด้วยวิธีเติมแมกนีเซียมในแบบหล่อ ผลจากการวิจัยพบว่าปริมาณแมกนีเซียมที่เหมาะสำหรับการผลิตเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน อยู่ในช่วง 0.011-0.023% โดยน้ำหนัก และเมื่ออุณหภูมิน้ำโลหะที่เทจากเตาลงในเบ้ารับน้ำ โลหะเพิ่มสูงขึ้นแมกนีเซียมจะสลายตัวคงเหลืออยู่ในน้ำโลหะน้อยลงทำให้ปริมาณกราไฟต์ ก้อนกลมน้อยลงแต่เสี่ยงต่อการเกิดกราไฟต์เกล็ดมากขึ้นเมื่อปริมาณแมกนีเซียมไม่เพียงพอ สำหรับอุณหภูมิน้ำโลหะที่เทลงแบบหล่อสูงเกินไปหรือต่ำเกินไปจะมีผลทำให้เกิดกราไฟต์เกล็ด ในชิ้นงานเมื่อปริมาณแมกนีเซียมต่ำกว่า 0.011% และมีค่า Nodularity มากกว่า 20% เมื่อ ปริมาณแมกนีเซียมเกิน 0.023% ตามลำดับ สำหรับการผลิตด้วยวิธีเติมเฟอร์โรซิลิกอน 4.6% แมกนีเซียมในแบบหล่อ ค่า Alloy Solution Factor ที่เหมาะกับการคำนวณหาขนาดพื้นที่หน้าตัดของกล่องปฏิกิริยาคือ 0.8 ปอนด์/วินาที-ตารางนิ้ว เมื่ออัตราการเทช้ากว่าที่คำนวณไว้จะทำให้ความแตกต่างของ โครงสร้างกราไฟต์ในงานหล่อ โดยน้ำโลหะส่วนที่ไหลเข้าก่อนจะมีปริมาณกราไฟต์ก้อนกลม มากกว่าและน้ำโลหะที่ไหลต่อเนื่องเข้าไปภายหลังมีโอกาสเกิดกราไฟต์เกล็ดเมื่อปริมาณ แมกนีเซียมไม่เพียงพอ |
| บรรณานุกรม | : |
อภิชาติ อิริยาภิชาติ . (2544). การศึกษากรรมวิธีการผลิตและสมบัติของเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อภิชาติ อิริยาภิชาติ . 2544. "การศึกษากรรมวิธีการผลิตและสมบัติของเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อภิชาติ อิริยาภิชาติ . "การศึกษากรรมวิธีการผลิตและสมบัติของเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. อภิชาติ อิริยาภิชาติ . การศึกษากรรมวิธีการผลิตและสมบัติของเหล็กหล่อกราไฟต์ตัวหนอน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
