| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระบบสัญจรและการวางผังภายในมหาวิทยาลัยที่มีผลต่อการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ บางคล้า |
| นักวิจัย | : | ณชากร บุตรศรี |
| คำค้น | : | มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ , การวางผังบริเวณ , สถาบันอุดมศึกษา -- สิ่งแวดล้อม , Rajabhat Rajanagarindra University , Building sites -- Planning , College environment |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุนทร บุญญาธิการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33242 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ทุกให้ความสนใจและร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจัง แนวทางหนึ่งที่สามารถ แก้ไขปัญหา คือ การวางผังภายในมหาวิทยาลัยและการบริหารจัดการระบบสัญจรภายในมหาวิทยาลัยให้มี ประสิทธิภาพ เพราะการวางผังของมหาวิทยาลัยเป็นต้นแบบหนึ่งของการทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมี ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ดังนั้นมหาวิทยาลัยควรให้ความตระหนักถึงสิ่งนี้เป็นอันดับแรก ผู้วิจัยได้ศึกษารูปแบบการวางผังและระบบสัญจรภายในมหาวิทยาลัยของภาครัฐและเอกชนที่ตั้งอยู่ บริเวณพื้นที่เขตในเมืองและเขตนอกเมือง ดังนี้ 1) มหาวิทยาลัยสยาม การวางผังอาคารภายในมหาวิทยาลัยนั้นมี การก่อสร้างอาคารจำนวนมากเรียงกัน เพราะมีพื้นที่จำกัด 2) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร การวาง ผังอาคารภายในมหาวิทยาลัยมีการก่อสร้างอาคารกระจายตัวตามพื้นที่มหาวิทยาลัยทำให้พื้นที่อาคารส่วนใหญ่มี พื้นที่ห่างกัน 3) ,การวิจัยเบื้องต้นพบว่า มหาวิทยาลัยเอกชนมีความหนาแน่นของอาคารมากเพราะต้องการทำกำไร ให้สูงขึ้น ส่วนมหาวิทยาลัยของรัฐบาลมีความหนาแน่นของอาคารน้อยจึงทำให้มีการกระจายตัวของอาคาร เพราะ งบประมาณมีอยู่จำกัดและมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และการเปลี่ยนผู้บริหาร ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพล เรื่อง ตำแหน่งอาคาร ระยะทางเดินระหว่างอาคาร กิจกรรมที่ทำอยู่ในอาคาร กิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาด้านระบบการสัญจรภายในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้พบว่า มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุด และมีพื้นที่น้อยที่สุด จะมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่จะใช้การเดินมากกว่า การใช้รถในการสัญจรภายในมหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษามาก และมีพื้นที่มาก จะมีการ ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่จะใช้รถในการสัญจรภายในมหาวิทยาลัย ซึ่ง จะแปรผันไปทางเดียวกัน จากการศึกษาพบว่าการวางผังทางสัญจรอย่างเหมาะสมและออกแบบการจัดการเรียน การสอนเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ บางคล้าเดิม และเพิ่มแรงจูงใจใน การเดินจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ จากปัจจัยอิทธิพลให้พัฒนาการออกแบบให้บางคล้าเป็นตัวอย่างที่สร้างนโยบาย เพราะผู้บริหารมี วิสัยทัศน์ ลดทางสัญจร 50 % ลดการใช้พลังจากเครื่องปรับอากาศ 50% การวางผังเมืองจึงเป็นประโยชน์ โดยปรับ ผังอาคารและทางสัญจรโดยการทำสะพานทำให้เกิดทางเดินระหว่างอาคารที่สั้นกว่าเดิมประมาณ 200-300 เมตร ส่งผลให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง |
| บรรณานุกรม | : |
ณชากร บุตรศรี . (2553). การศึกษาระบบสัญจรและการวางผังภายในมหาวิทยาลัยที่มีผลต่อการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ บางคล้า.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณชากร บุตรศรี . 2553. "การศึกษาระบบสัญจรและการวางผังภายในมหาวิทยาลัยที่มีผลต่อการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ บางคล้า".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณชากร บุตรศรี . "การศึกษาระบบสัญจรและการวางผังภายในมหาวิทยาลัยที่มีผลต่อการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ บางคล้า."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. ณชากร บุตรศรี . การศึกษาระบบสัญจรและการวางผังภายในมหาวิทยาลัยที่มีผลต่อการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ บางคล้า. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
