ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การดำเนินคดีศุลกากร : ศึกษาแนวทางในการกำหนดโทษสำหรับความผิดอาญาศุลกากร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การดำเนินคดีศุลกากร : ศึกษาแนวทางในการกำหนดโทษสำหรับความผิดอาญาศุลกากร
นักวิจัย : ธัญลักษณ์ เจริญศักดิ์
คำค้น : ศุลกากร -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , การตรวจสอบทางศุลกากร , ศุลกากร -- บทบัญญัติทางอาญา , กระบวนการกำหนดโทษคดีอาญา , Customs administration -- Law and legislation , Customs inspection , Customs administration -- Criminal provisions , Sentences (Criminal procedure)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปารีณา ศรีวนิชย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32788
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

กฎหมายศุลกากรเป็นกฎหมายฉบับหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับเป็นเครื่องมือของรัฐในการบริหารและตอบสนองเป้าหมายทางเศรษฐกิจการเงินการคลังของประเทศ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายศุลกากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายศุลกากรจึงได้กำหนดความผิดและโทษทางอาญาไว้ แต่เนื่องจากความผิดอาญาตามกฎหมายศุลกากรนี้เป็นความผิดทางเทคนิคที่เกิดจากข้อห้าม (mala prohibita) กฎหมายศุลกากรจึงได้กำหนดลักษณะพิเศษเกี่ยวกับการระงับคดีไว้ กล่าวคือสำหรับคดีอาญาทั่วไป โดยปกติคดีจะไปสิ้นสุดในชั้นศาลอันเป็นการใช้อำนาจตุลาการ แต่คดีศุลกากรมีพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้ระงับคดีได้โดยพนักงานสอบสวนหรืออธิบดีกรมศุลกากร (มาตรา 102) หรือโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้อง (มาตรา 102 ทวิ) แล้วแต่กรณี เมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวหายินยอมและใช้ค่าปรับ หรือได้ทำความตกลง หรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกัน แต่หากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดมิได้ยินยอมและใช้ค่าปรับ หรือมิได้ทำความตกลง หรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกัน อย่างใดๆไว้ แสดงว่าผู้นั้นไม่ประสงค์ให้มีการเปรียบเทียบเพื่อให้คดีระงับไปในชั้นศุลกากร ก็จะมีการนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามทางปกติและสิ้นสุดในชั้นศาล ดังนั้น แม้กฎหมายศุลกากรจะได้วางหลักเกณฑ์ให้ฝ่ายบริหาร คือ อธิบดีกรมศุลกากร หรือคณะกรรมการมีบทบาทในการเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้องได้ แต่ก็เป็นเพียงการใช้อำนาจกึ่งตุลาการ (Quasi Judicial Function) เท่านั้น อย่างไรก็ตาม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้พบว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายและมาตรการทางกฎหมายศุลกากรไม่เอื้ออำนวยให้ผู้ถูกกล่าวหาเลือกใช้วิธีการดำเนินคดีในศาลซึ่งเป็นองค์กรกลางที่มีความเป็นธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้เท่าที่ควร เช่น ในเรื่องการกำหนดโทษสำหรับความผิดอาญาศุลกากรที่เคร่งครัดและรุนแรงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับการกำหนดโทษในการระงับคดีในชั้นศุลกากร ประกอบกับมีข้อขัดข้องและอุปสรรคในการดำเนินคดีศุลกากรตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทำให้คดีส่วนใหญ่จบลงในชั้นศุลกากรโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบในชั้นศาลอันเป็นองค์กรตุลาการที่ทำหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดี ดังนั้น จึงเสนอแนะให้พัฒนามาตรการที่เหมาะสมเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสมดุลและความเป็นธรรมในการให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาได้เลือกใช้วิธีการดำเนินคดีในชั้นศาลหรือวิธีการเปรียบเทียบระงับคดีในชั้นศุลกากรอีกทั้งเพื่อเป็นการขจัดข้อขัดข้องและอุปสรรคต่างๆในการดำเนินคดีศุลกากรตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

บรรณานุกรม :
ธัญลักษณ์ เจริญศักดิ์ . (2552). การดำเนินคดีศุลกากร : ศึกษาแนวทางในการกำหนดโทษสำหรับความผิดอาญาศุลกากร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธัญลักษณ์ เจริญศักดิ์ . 2552. "การดำเนินคดีศุลกากร : ศึกษาแนวทางในการกำหนดโทษสำหรับความผิดอาญาศุลกากร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธัญลักษณ์ เจริญศักดิ์ . "การดำเนินคดีศุลกากร : ศึกษาแนวทางในการกำหนดโทษสำหรับความผิดอาญาศุลกากร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
ธัญลักษณ์ เจริญศักดิ์ . การดำเนินคดีศุลกากร : ศึกษาแนวทางในการกำหนดโทษสำหรับความผิดอาญาศุลกากร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.