| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดย Streptomyces spp. สายพันธุ์ 442, 449 และ O145702 |
| นักวิจัย | : | วารุณี ตันติธนากรกุล |
| คำค้น | : | สเตรปโตมัยซิส , ยาฆ่าแมลง -- การผลิต , Streptomyces , Insecticides -- Production |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ไพเราะ ปิ่นพานิชการ , วาสนา โตเลี้ยง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/31819 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 งานวิจัยนี้ศึกษาภาวะเหมาะสมในการผลิตสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงจาก Streptomyces spp. สายพันธุ์ 442, 449 และ O145702 ซึ่งแยกได้จากดินในประเทศไทย และการทดสอบการออกฤทธิ์ฆ่าแมลงทำโดยสกัดน้ำเลี้ยงเชื้อและเส้นใยด้วยเอทิลอะซิเทต แล้วทดสอบการฆ่าไรทะเลโดยบ่มเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ผลการแปรชนิดของแหล่งคาร์บอน และแหล่งไนโตรเจน พบว่าในสายพันธุ์ 442 แป้งมันสำปะหลัง 1.5 % (w/v) เป็นแหล่งคาร์บอนที่ดีที่สุด เมื่อใช้ร่วมกับแหล่งอินทรีย์หรือแหล่งอนินทรีย์ไนโตรเจนที่เหมาะสมคือ สารสกัดจากยีสต์ หรือไดแอมโมเนียมไฮโดรเจนฟอสเฟต ที่ความเข้มข้นเทียบเท่ากับไนโตรเจน 0.025 และ 0.05 %(w/v) ให้ประสิทธิภาพในการฆ่าไรทะเลสูงถึง 91.16 และ 70.42 % ตามลำดับ ที่ความเข้มข้นสารสกัดหยาบ 25 ppm ขณะที่สายพันธุ์ 449 พบว่าแป้งมันสำปะหลัง 1.5 % (w/v) เป็นแหล่งคาร์บอนที่ดีที่สุด เมื่อใช้ร่วมกับแหล่งอินทรีย์หรือแหล่งอนินทรีย์ไนโตรเจนที่เหมาะสมคือ สารสกัดจากยีสต์ หรือไดแอมโมเนียมไฮโดรเจนฟอสเฟต ที่ความเข้มข้นเทียบเท่ากับไนโตรเจน 0.075 % (w/v) ให้ประสิทธิภาพในการฆ่าไรทะเลสูงถึง 98.58 และ 93.80 % ตามลำดับ ที่ความเข้มข้นสารสกัดหยาบ 5 ppm ส่วนสายพันธุ์ O145702 พบว่าแป้งมันสำปะหลังที่ย่อยด้วยอะไมเลส มีค่า DE เท่ากับ 38 % เป็นแหล่งคาร์บอนที่ดีที่สุด โดยความเข้มข้นที่เหมาะสมคือ 0.5 % (w/v) และใช้ร่วมกับแหล่งไนโตรเจนที่เหมาะสมคือผสมระหว่าง สารสกัดจากยีสต์ และโพแทสเซียมไนเตรท 0.2 และ 0.38 % (w/v) ตามลำดับ ที่ความเข้มข้นเทียบเท่ากับไนโตรเจน 0.0744 % (w/v) ให้ประสิทธิภาพในการฆ่าไรทะเลสูงถึง 91.5 % เมื่อใช้ความเข้มข้นสารสกัดหยาบ 50 ppm นอกจากนี้ยังได้หาความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงจากสารสกัดหยาบที่ทำให้ ไรทะเลตาย 50 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเริ่มต้น (LD50) จากทั้ง 3 สายพันธุ์ พบว่า สายพันธุ์ 442, 449 และ O145702 ให้ค่า LD₅₀ ที่ 10, 3.5 และ 12.5 ppm ตามลำดับ และจากการทดลองแยกสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงจากสารสกัดหยาบโดย Preparative TLC พบว่าสามารถแยกสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงจากสารสกัดหยาบได้สารผสม 3 ชนิด จากสายพันธุ์ 442 และ 4 ชนิด จากสายพันธุ์ 449 และ O145702 ตามลำดับ เมื่อนำสารสกัดที่แยกได้ในแต่ละชนิดไปทดสอบกับไรทะเล พบว่าสายพันธุ์ 442 สารผสมที่ 1 ซึ่งมีค่า Rf 0.18, สายพันธุ์ 449 สารผสมที่ 4 ซึ่งมีค่า Rf 0.86 และสายพันธุ์ O145702 สารผสมที่ 3 ซึ่งมีค่า Rf 0.59 ให้ประสิทธิภาพที่ดีในการฆ่าไรทะเล และเมื่อนำแต่ละชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าไรทะเลจากทั้ง 3 สายพันธุ์มาวิเคราะห์โดย analytical TLC และ HPLC เทียบกับสารมาตรฐาน avermectins พบว่าสารดังกล่าวให้ค่า Rf จาก TLC และค่า retention time จาก HPLC ที่ต่างจาก avermectins ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าทั้ง 3 สายพันธุ์สร้างสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงชนิดใหม่ |
| บรรณานุกรม | : |
วารุณี ตันติธนากรกุล . (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดย Streptomyces spp. สายพันธุ์ 442, 449 และ O145702.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารุณี ตันติธนากรกุล . 2551. "ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดย Streptomyces spp. สายพันธุ์ 442, 449 และ O145702".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารุณี ตันติธนากรกุล . "ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดย Streptomyces spp. สายพันธุ์ 442, 449 และ O145702."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. วารุณี ตันติธนากรกุล . ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดย Streptomyces spp. สายพันธุ์ 442, 449 และ O145702. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
