| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาประสิทธิภาพของ 694 นาโนเมตร แฟรกชันนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ ในการรักษาฝ้าในคนไทย |
| นักวิจัย | : | สรวลัย รักชาติ |
| คำค้น | : | ตัจวิทยา , ผิวหนัง -- โรค -- ไทย , ผิวหนัง -- โรค -- การรักษาด้วยรังสี -- ไทย , แสงเลเซอร์จากทับทิม -- การใช้รักษา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิวัฒน์ ก่อกิจ , รัชต์ธร ปัญจประทีป , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/28267 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 ที่มา: ฝ้าเป็นโรคความผิดปกติของเม็ดสีที่พบได้บ่อยในคนเอเชีย รักษายากและมักไม่หายขาด การรักษาด้วยเลเซอร์หลายตัวยังให้ผลที่ไม่น่าพึงพอใจ การศึกษานี้จึงนำแฟรกชันนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ ซึ่งเป็นเลเซอร์รักษาเม็ดสีที่พัฒนาขึ้นใหม่มาใช้เพื่อการรักษา โดยหวังผลให้เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาฝ้า วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการรักษาฝ้าและผลข้างเคียงจากการรักษาฝ้าด้วย 694 นาโนเมตร แฟรกชันนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ วิธีการศึกษา: ทำการรักษาผู้ป่วยฝ้า (ชนิดผสมและชนิดลึก) 20 คนโดยทำเปรียบกัน 2 ข้างของใบหน้า ด้วยเครื่อง แฟรกชั่นนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ (4 mm spot size, 2.5-4 J/cm2) จำนวนทั้งหมด 4 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ และตรวจติดตามทุก 4 สัปดาห์ นาน 3 เดือน ประเมินผลการรักษาด้วยการวัดเม็ดสีด้วยเครื่อง colorimeter, คะแนน modified Melasma Area Severity and Index score (modified MASI score), ความพึงพอใจในการรักษาโดยผู้ป่วยประเมินเอง และผลข้างเคียงจากการรักษา ผลการศึกษา: มีผู้ร่วมวิจัยจนจบ 20 คน มีความเข้มของสีผิวระดับ (Fitzpatrick skin phototype) 3-4 จากการศึกษาพบว่าอัตราการหายของฝ้าที่ 1 เดือน และ 3 เดือนหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ครั้งสุดท้าย เท่ากับ 2.54% และ 1.18% และอัตราการหายของฝ้าด้านควบคุมเท่ากับ -4.06% และ –1.48% ตามลำดับ แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.617 และ 0.775 ตามลำดับ) เมื่อประเมินด้วย mMASI (ดูผลที่ 1 และ 3 เดือน หลังการรักษาด้วยเลเซอร์ครั้งสุดท้าย) พบว่าด้านเลเซอร์มีคะแนนความเข้มของสีผิวลดลงจาก 16.5+8.1 เป็น14.6+5.6, 15.2+6.5 และด้านควบคุมลดลงจาก 17.5+6.8 เป็น 14.9+5.9, 14.9+5.9 แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน (p-value = 0.736 และ 0.812 ตามลำดับ) ผลข้างเคียงที่พบได้แก่ ภาวะรอยดำและรอยขาวตามหลังการอักเสบ (Post-inflammatory hyper/hypopigmentation) และผื่นลมพิษ (Urticaria) สรุปผล: เลเซอร์ชนิด Fractional Q-switched ruby laser ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้าในคนไทย การรักษาด้วยเลเซอร์สามารถลดความเข้มของฝ้าชนิดผสมและชนิดลึกลงเล็กน้อย แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ |
| บรรณานุกรม | : |
สรวลัย รักชาติ . (2554). การศึกษาประสิทธิภาพของ 694 นาโนเมตร แฟรกชันนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ ในการรักษาฝ้าในคนไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สรวลัย รักชาติ . 2554. "การศึกษาประสิทธิภาพของ 694 นาโนเมตร แฟรกชันนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ ในการรักษาฝ้าในคนไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สรวลัย รักชาติ . "การศึกษาประสิทธิภาพของ 694 นาโนเมตร แฟรกชันนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ ในการรักษาฝ้าในคนไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. สรวลัย รักชาติ . การศึกษาประสิทธิภาพของ 694 นาโนเมตร แฟรกชันนอลคิวสวิชรูบี้เลเซอร์ ในการรักษาฝ้าในคนไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
