| ชื่อเรื่อง | : | การใช้แคลเซียมคลอไรด์และไคโตซานรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน Nephelium lappaceum L. cv. Rongrian |
| นักวิจัย | : | รุ่งนภา อินทปิ่น |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กนกวรรณ เสรีภาพ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | 9741769172 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/27074 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547 การใช้แคลเลียมคลอไรด์รักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน ที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0.05, 0.5, 1.0, 2.0 และ 3.0 โดยการแช่เป็นเวลา 10 นาที ก่อนนำไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส พบว่าผลเงาะที่แช่ในแคลเซียมคลอไรด์ที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0.05 สามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของผลเงาะได้ดีที่สุด โดยชะลอการสูญเสียน้ำหนักสด การเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำในเปลือกและเนื้อเงาะได้ และมีปริมาณสารประกอบฟีนอลคงเหลือมากที่สุด และแคลเซียมคลอไรด์ที่ระดับความเข้นข้นร้อยละ 1.0 ช่วยลดการรั่วไหลของไอออนออกจากเนื้อเยื่อในส่วนเปลือกได้ ส่วนการใช้ไคโตซานรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน ที่ระดับความเข้มข้น 5, 10, 20, 50 และ 100 ppm โดยการแช่เป็นเวลา 10 นาที พบว่าผลเงาะที่แช่ในสารละลายไคโตซานที่ระดับความเข้นข้น 20 ppm สามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของผลเงาะได้ดีที่สุด ช่วยชะลอการสูญเสียน้ำหนักสดของผลเงาะ การเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำในส่วนเปลือก การรั่วไหลของไอออนออกจากเนื้อเยื่อในส่วนเปลือก และมีปริมาณสารประกอบฟีนอลคงเหลือมากที่สุด หลังจากนั้นนำสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0.05 มาใช้ร่วมกับสารละลายไคโตซานที่ระดับความเข้มข้น 5 และ 20 ppm พบว่าสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0.05 ร่วมกับสารละลายไคโตซานที่ระดับความเข้มข้น 5 ppm สามารถชะลอการสูญเสียน้ำหนักสดและการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำในเปลือกเงาะได้ ส่วนสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0.05 ร่วมกับสารละลายไคโตซานที่ระดับความเข้มข้น 5 และ 20 ppm สามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงสีเปลือกและสีขนไปเป็นสีน้ำตาลได้โดยไม่มีความแตกต่างทางสถิติ และสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ที่ระดับความเข้มข้มร้อยละ 0.05 ร่วมกับสารละลายไคโตซานที่ระดับความเข้มข้น 20 ppm ช่วยลดอัตราการหายใจของผลเงาะได้ โดยมีอัตราการหายใจต่ำสุดในวันที่ 12 ของการเก็บรักษา |
| บรรณานุกรม | : |
รุ่งนภา อินทปิ่น . (2547). การใช้แคลเซียมคลอไรด์และไคโตซานรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน Nephelium lappaceum L. cv. Rongrian.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งนภา อินทปิ่น . 2547. "การใช้แคลเซียมคลอไรด์และไคโตซานรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน Nephelium lappaceum L. cv. Rongrian".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งนภา อินทปิ่น . "การใช้แคลเซียมคลอไรด์และไคโตซานรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน Nephelium lappaceum L. cv. Rongrian."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print. รุ่งนภา อินทปิ่น . การใช้แคลเซียมคลอไรด์และไคโตซานรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลเงาะพันธุ์โรงเรียน Nephelium lappaceum L. cv. Rongrian. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.
|
