ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เปรียบเทียบระหว่างการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินที กับการใช้โทรโปนินทีอย่างเดียว เพื่อช่วยประเมินการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เปรียบเทียบระหว่างการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินที กับการใช้โทรโปนินทีอย่างเดียว เพื่อช่วยประเมินการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการ
นักวิจัย : ชญานุตม์ สุวรรณเพ็ญ
คำค้น : กล้ามเนื้อหัวใจตาย -- การวินิจฉัยโรค , เจ็บหน้าอก , หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค -- การวินิจฉัยโรค
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุรพันธ์ สิทธิสุข , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/28109
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

บทนำ : การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยกในผู้ป่วยที่มาด้วยอาการเจ็บหน้าอกโดยใช้โทรโปนนินที อาจพบปัญหาผลลบลวงจากการตรวจเลือดหาระดับของโทรโปนินทีในครั้งแรก ทำให้ต้องเสียเวลาตรวจติดตามซ้ำที่ 3-6 ขั่วโมง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มาตรวจภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการเจ็บหน้าอกและไม่พบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่จำเพาะกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จึงเกิดแนวคิดที่จะนำโคเปปตินเข้ามาวินิจฉัยร่วมกับโทรโปนินในการตรวจ เพื่อเพิ่มการวินิจฉัยภาวะดังกล่าวได้ตั้งแต่การตรวจครั้งแรก รวมทั้งโคเปปตินอาจจะมีประโยขน์ในการทำนายการเกิดโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือดที่เกิดตามมาภายหลังภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยกดังกล่าว ซึ่งยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อน วิธีการศึกษา : ศึกษาในผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม 2555 ด้วยอาการเจ็บหน้าอกที่มาภายใน 12 ชั่วโมง ที่สงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและไม่พบลักษณะเอสทีเซกเมนท์ยกในคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยทำการเจาะเลือดตรวจระดับโคเปปติน เพิ่มจากการเจาะตรวจโทรโปนินทีตามแนวทางการวินิจฉัยพื้นฐาน (การศึกษานี้ ใช้การตรวจโทรโปนินทีชนิดความไวสูง) โดยมีแพทย์อายุรศาสตร์เฉพาะทางด้านหัวใจ 2 คนเป็นผู้ให้การวินิจฉัยโรคขั้นสุดท้าย และมีการตรวจติดตามโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด (การเสียชีวิต, โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย, โรคทางหลอดเลือดสมอง, ภาวะหัวใจล้มเหลว) ที่ระยะเวลา 1 เดือนภายหลังภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ผลการศึกษา : มีผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาจำนวน 45 คน โดยผู้ป่วย 33 คน (ร้อยละ 73) ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ส่วนผู้ป่วยอีก 12 คน (ร้อยละ 27) ได้รับการวินิจฉัยอื่น โดยพบว่าระดับโคเปปตินในผู้ป่วยกลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก สูงกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยอื่น [ค่ามัธยฐาน (ค่าต่ำสุด-ค่าสูงสุด) = 11.0 (2.8-954.3) เทียบกับ 7.5 (2.5-41.8) พิโคโมลต่อลิตร, ระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p value) = 0.40] เมื่อเปรียบเทียบผลจากการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินทีชนิดความไวสูงกับการใช้โทรโปนินทีชนิดความไวสูงเพียงอย่างเดียว เพื่อวินิจฉัยผู้ป่วยที่เจ็บหน้าอกมาภายใน 12 ชั่วโมงนั้น พบว่าความไวไม่ต่างกัน (ร้อยละ 97.0) ส่วนความจำเพาะและคุณค่าของการทายผลลบ ลดลงจากร้อยละ 58.3 มาเป็นร้อยละ 41.7 และจากร้อยละ 87.5 มาเป็นร้อยละ 83.3 ตามลำดับ เมื่อแสดงเป็นพื้นที่ใต้กราฟROC ในกลุ่มที่เจ็บหน้าอกภายใน 12 ชั่วโมง พบว่าการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินทีชนิดความไวสูงมีค่าต่ำกว่าการใช้โทรโปนินทีชนิดความไวสูงเพียงอย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ [0.59 (0.39-0.79) เทียบกับ 0.94 (0.88-1.00), ระดับนัยสำคัญทางสถิติ <0.05] และในกลุ่มที่เจ็บหน้าอกภายใน 6 และ 3 ชั่วโมงก็พบว่าพื้นที่ใต้กราฟROC ของการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินทีชนิดความไวสูงมีค่าต่ำกว่าการใช้โทรโปนินทีชนิดความไวสูงเพียงอย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน [0.56 (0.33-0.77) เทียบกับ 0.93 (0.86-1.00), ระดับนัยสำคัญทางสถิติ <0.05 and 0.58 (0.31-0.81) เทียบกับ 0.92 (0.80-1.00), ระดับนัยสำคัญทางสถิติ<0.05 ในกลุ่มที่เจ็บหน้าอกภายใน 6 และ 3 ชั่วโมงตามลำดับ] นอกจากนี้พบว่าโคเปปตินไม่มีผลต่อการทำนายการเกิดโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือดที่ 1 เดือน ภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยกที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ =0.50 สรุปผลการศึกษา : จากการศึกษาพบว่าการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินทีชนิดความไวสูง เทียบกับการใช้โทรโปนินทีชนิดความไวสูงเพียงอย่างเดียว ไม่เพิ่มประโยชน์ในการประเมินการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยกในผู้ป่วยที่มาภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการเจ็บหน้าอก รวมทั้งไม่พบประโยขน์ในการทำนายการเกิดโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือดที่ตามมาที่ระยะเวลา 1 เดือน

บรรณานุกรม :
ชญานุตม์ สุวรรณเพ็ญ . (2554). เปรียบเทียบระหว่างการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินที กับการใช้โทรโปนินทีอย่างเดียว เพื่อช่วยประเมินการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชญานุตม์ สุวรรณเพ็ญ . 2554. "เปรียบเทียบระหว่างการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินที กับการใช้โทรโปนินทีอย่างเดียว เพื่อช่วยประเมินการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชญานุตม์ สุวรรณเพ็ญ . "เปรียบเทียบระหว่างการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินที กับการใช้โทรโปนินทีอย่างเดียว เพื่อช่วยประเมินการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
ชญานุตม์ สุวรรณเพ็ญ . เปรียบเทียบระหว่างการใช้โคเปปตินร่วมกับโทรโปนินที กับการใช้โทรโปนินทีอย่างเดียว เพื่อช่วยประเมินการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดไม่มีเอสทีเซกเมนท์ยก ภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.