ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดสรรความเสี่ยงและการวิเคราะห์ความเสี่ยงของสัญญาจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดสรรความเสี่ยงและการวิเคราะห์ความเสี่ยงของสัญญาจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า
นักวิจัย : เบญจพล พินิจการวัฒน์กุล
คำค้น : การประเมินความเสี่ยง , โรงไฟฟ้า -- การออกแบบและการสร้าง -- การประเมินความเสี่ยง , โรงไฟฟ้า -- การออกแบบและการสร้าง -- การบริหารความเสี่ยง , การบริหารความเสี่ยง , สัญญา -- การประเมินความเสี่ยง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วีระศักดิ์ ลิขิตเรืองศิลป์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/28092
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อน และมีต้นทุนการก่อสร้างสูง นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ซึ่งบางปัจจัยเสี่ยงมีความแตกต่างจากโครงการก่อสร้างทั่วไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) เพื่อช่วยในการวางแผนและบริหารโครงการให้ประสบความสำเร็จ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ (1) ระบุและวิเคราะห์การจัดสรรความเสี่ยงในสัญญาจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง (สัญญา EPC) เพื่อเสนอแนวทางการจัดสรรความเสี่ยงที่เหมาะสม และ (2) วิเคราะห์ระดับความสำคัญของความเสี่ยงและสำรวจแนวทางตอบสนองความเสี่ยงของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในมุมมองผู้รับจ้าง จากการทบทวนเอกสารงานวิจัยและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในโครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 22 ท่านจากโครงการกรณีศึกษา 4 โครงการ ผู้วิจัยสามารถระบุปัจจัยเสี่ยงได้ 39 ปัจจัยซึ่งจำแนกได้เป็น 9 กลุ่ม จากการวิเคราะห์การจัดสรรความเสี่ยงในสัญญา EPC ของโครงการกรณีศึกษาพบว่า สัญญาครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงเกือบทั้งหมด และปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่ถูกจัดสรรให้ผู้รับจ้าง งานวิจัยนี้ได้เสนอแนวทางการจัดสรรความเสี่ยงในสัญญาที่เหมาะสมซึ่งเป็นการจัดสรรความเสี่ยงให้แก่ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างและร่วมกันรับผิดชอบจำนวน 24 ปัจจัย 8 ปัจจัยและ 7 ปัจจัยตามลำดับ นอกจากนี้งานวิจัยยังได้เสนอแนวทางการปรับปรุงเนื้อหาสัญญาอีก 14 ประเด็น หลังจากทราบการจัดสรรความเสี่ยงในสัญญาแล้ว คู่สัญญาจึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดการความเสี่ยงโดยเริ่มจากการวิเคราะห์ระดับความสำคัญของปัจจัยเสี่ยงในมุมมองผู้รับจ้างจำนวน 6 ท่าน ซึ่งใช้กระบวนการเก็บข้อมูลด้วยเทคนิคเดลฟายปรับปรุง (Modified Delphi Technique) พบว่า กลุ่มปัจจัยเสี่ยงด้านบุคคล กลุ่มปัจจัยเสี่ยงด้านการออกแบบและกลุ่มปัจจัยเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานมีระดับความสำคัญสูง จากนั้นจึงรวบรวมมาตรการตอบสนองความเสี่ยงที่ถูกใช้ในโครงการพบว่า มาตรการลดความเสี่ยงนิยมใช้มากที่สุด ขณะที่มาตรการที่มีความนิยมรองลงมาคือ มาตรการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และมาตรการถ่ายโอนความเสี่ยง ตามลำดับ ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงในสัญญาเพื่อให้สัญญาครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงและมีการจัดสรรความเสี่ยงระหว่างคู่สัญญาที่ชัดเจนและเหมาะสม ตลอดจนเป็นแนวทางการวิเคราะห์ระดับความสำคัญของความเสี่ยงและการวางแผนตอบสนองความเสี่ยงสำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคต

บรรณานุกรม :
เบญจพล พินิจการวัฒน์กุล . (2554). การจัดสรรความเสี่ยงและการวิเคราะห์ความเสี่ยงของสัญญาจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เบญจพล พินิจการวัฒน์กุล . 2554. "การจัดสรรความเสี่ยงและการวิเคราะห์ความเสี่ยงของสัญญาจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เบญจพล พินิจการวัฒน์กุล . "การจัดสรรความเสี่ยงและการวิเคราะห์ความเสี่ยงของสัญญาจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
เบญจพล พินิจการวัฒน์กุล . การจัดสรรความเสี่ยงและการวิเคราะห์ความเสี่ยงของสัญญาจ้างออกแบบวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.