ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินรอยเท้าคาร์บอนของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศไทย กรณีศึกษา : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินรอยเท้าคาร์บอนของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศไทย กรณีศึกษา : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : ยุทธศักดิ์ ศิริสินธว์
คำค้น : โรงไฟฟ้า -- แง่สิ่งแวดล้อม -- ไทย , ก๊าซเรือนกระจก -- การลดปริมาณ , คาร์บอน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ , อัจฉริยา สุริยะวงค์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/23384
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

งานวิจัยนี้ได้วิเคราะห์ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยใช้หลักการประเมินรอยเท้าคาร์บอน พิจารณาตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ การขนส่งวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตไฟฟ้า เพื่อประเมินรอยเท้าคาร์บอนและการลดลงของรอยเท้าคาร์บอนที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในประเทศไทยรวม 4 กรณีได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกงชุดที่ 1-2 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกงชุดที่ 3-4 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน ตลอดจนเสนอแนะแนวทางเบื้องต้นในการลดรอยเท้าคาร์บอน ในการประเมินรอยเท้าคาร์บอนนี้จะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SimaPro 7.2.4 โดยมีการประเมินแบบ Business-to-business (B2B) ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าในทุกกรณีศึกษาจะก่อให้เกิดรอยเท้าคาร์บอนมากที่สุดในช่วงเวลา 20 ปี รองลงมาคือในช่วงเวลา 100 ปี และน้อยที่สุดคือเมื่อในช่วงเวลา 500 ปี โดยโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอนซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักก่อให้เกิดรอยเท้าคาร์บอนมากที่สุดคือ 1.06 0.977 และ 0.947 kg CO₂ eq/kWh ตามลำดับ รองลงมาคือโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ซึ่งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงหลักก่อให้เกิดรอยเท้าคาร์บอน 0.966 0.918 และ 0.898 kg CO₂ eq/kWh ตามลำดับ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกงชุดที่ 1-4 ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักก่อให้เกิดรอยเท้าคาร์บอนน้อยที่สุดคือ 0.89 0.748 และ 0.692 kg CO₂ eq/kWh ตามลำดับโดยรอยเท้าคาร์บอนทั้งหมดจะเกิดขึ้นจากขั้นตอนการผลิตไฟฟ้ามากที่สุด รองลงมาคือขั้นตอนการได้มาของวัตถุดิบ ส่วนขั้นตอนการขนส่งวัตถุดิบจะก่อให้เกิดรอยเท้าคาร์บอนน้อยที่สุด ส่วนแนวทางเบื้องต้นในการลดรอยเท้าคาร์บอนของโรงไฟฟ้าได้แก่ การใช้พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานนิวเคลียร์มาผลิตไฟฟ้าเสริมกับการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าที่ใช้เป็นกรณีศึกษาและการการใช้ตัวดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

บรรณานุกรม :
ยุทธศักดิ์ ศิริสินธว์ . (2554). การประเมินรอยเท้าคาร์บอนของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศไทย กรณีศึกษา : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุทธศักดิ์ ศิริสินธว์ . 2554. "การประเมินรอยเท้าคาร์บอนของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศไทย กรณีศึกษา : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยุทธศักดิ์ ศิริสินธว์ . "การประเมินรอยเท้าคาร์บอนของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศไทย กรณีศึกษา : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
ยุทธศักดิ์ ศิริสินธว์ . การประเมินรอยเท้าคาร์บอนของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศไทย กรณีศึกษา : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และโรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.