| ชื่อเรื่อง | : | การประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า โดยการควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า กรณีศึกษา : อาคารจัตุรัสจามจุารี |
| นักวิจัย | : | ครรชิต สำรอง |
| คำค้น | : | การใช้พลังงานไฟฟ้า , อาคารจัตุรัสจามจุารี , พลังงานไฟฟ้า -- การอนุรักษ์ , อาคารอเนกประสงค์ -- การใช้พลังงาน , Electric power consumption , Chamchuri Square building , Multipurpose buildings -- Energy consumption , Electric power -- Conservation |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | บัณฑิต จุลาสัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/27580 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 อาคารจัตุรัสจามจุรีเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีพื้นที่ 274,500 ตารางเมตร ประกอบด้วยสำนักงาน ศูนย์การค้า ที่จอดรถ และที่พักอาศัย การไฟฟ้านครหลวงจึงกำหนดให้เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดใหญ่ มีการเรียกเก็บค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด จึงมีวัตถุประสงค์จะหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า โดยการควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานโดยรวม จากการศึกษาทฤษฎีและอาศัยการคำนวณจากข้อมูลระบบประกอบอาคาร และการใช้พลังงานไฟฟ้าของอาคารจัตุรัสจามจุรีที่ประกอบด้วยแหล่งจ่าย A จ่ายให้ระบบไฟฟ้ากำลังและแสงสว่าง ระบบลิฟต์ ระบบระบายอากาศ ระบบควบคุมควันไฟ ระบบเครื่องทำน้ำเย็น และระบบสุขาภิบาล ของส่วนสำนักงาน ศูนย์การค้า และที่จอดรถ พบว่าในเดือนพฤศจิกายน 2554 มีค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 3,207 กิโลวัตต์ เกิดขึ้นในช่วงเวลา 14.00-14.45 น. เพื่อควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า จะต้องหยุดการทำงานของเครื่องสูบน้ำชุดที่ 1 ในช่วงเวลา 14.00-14.45 น. และเลื่อนเวลาของเครื่องสูบน้ำชุดที่ 2 จากเวลา 12.30-14.30 น. มาเป็นเวลา 11.30-13.30 น. เลื่อนเวลาของเครื่องสูบน้ำชุดที่ 3 จากเวลา 14.00-15.00 น. มาเป็นเวลา 11.00-12.30 น. และ 17.00-18.45 น. และเครื่องสูบน้ำชุดที่ 4 จากเวลา 14.45-15.05 น. มาเป็นเวลา 10.15-10.45 น. และ 17.15-18.00 น. และหยุดการทำงานของพัดลมระบายอากาศห้องเครื่องสูบน้ำและบำบัดน้ำเสีย 5 เครื่อง จะสามารถลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดลงได้เท่ากับ 163 กิโลวัตต์ สำหรับแหล่งจ่าย B จ่ายให้ระบบเครื่องทำความเย็น ระบบเครื่องส่งลมเย็น ระบบระบายอากาศ และระบบลิฟต์ของส่วนสำนักงาน และศูนย์การค้า พบว่าในเดือนพฤศจิกายน 2554 มีค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 3,776 กิโลวัตต์ เกิดขึ้นในช่วงเวลา 11.30-12.00 น. เพื่อควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า จะต้องหยุดการทำงานเครื่องส่งลมเย็นห้องงานระบบประกอบอาคาร 11 เครื่อง พัดลมระบายอากาศ 13 เครื่อง และพัดลมระบายอากาศลานจอดรถ 6 เครื่อง จะสามารถลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดลงได้เท่ากับ 144 กิโลวัตต์ จากทั้ง 2 แหล่งจ่ายจะสามารถลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดได้เท่ากับ 307 กิโลวัตต์ต่อเดือน คิดเป็นเงินเท่ากับ 40,810 บาทต่อเดือน หรือ 489,720 บาทต่อปี ทั้งนี้ผลจากคำนวณในข้อมูลของช่วงเวลานั้นๆ ในการปฏิบัติงานจริงอาจมีค่าแตกต่างไปจากนี้ และยังมีวิธีควบคุมค่าความต้องการไฟฟ้าอื่นอีกอัน ได้แก่ ลดการเปิดโคมแสงสว่างในตอนกลางวันบริเวณที่จอดรถและห้องระบบประกอบอาคาร ปรับตั้งอุปกรณ์ตรวจเช็คระดับน้ำใหม่ ติดตั้งเครื่องควบคุมความเร็วรอบจำนวน 2 เครื่องในเครื่องสูบน้ำชุดที่ 1 และซ่อมแซมระบบบริหารจัดการการทำงานของระบบสุขาภิบาล ซึ่งต้องมีการศึกษาต่อไป ทั้งนี้ด้วยวิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า โดยการควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้าที่เสนอ เป็นวิธีที่สามารถดำเนินการได้ทันที |
| บรรณานุกรม | : |
ครรชิต สำรอง . (2554). การประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า โดยการควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า กรณีศึกษา : อาคารจัตุรัสจามจุารี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ครรชิต สำรอง . 2554. "การประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า โดยการควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า กรณีศึกษา : อาคารจัตุรัสจามจุารี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ครรชิต สำรอง . "การประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า โดยการควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า กรณีศึกษา : อาคารจัตุรัสจามจุารี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. ครรชิต สำรอง . การประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า โดยการควบคุมค่าความต้องการพลังไฟฟ้า กรณีศึกษา : อาคารจัตุรัสจามจุารี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
