| ชื่อเรื่อง | : | การสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัยเพื่อสื่อสารปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึกจากกวีนิพนธ์ของรพินทรนาถ ฐากูร |
| นักวิจัย | : | รัชฎาวรรณ รองทอง |
| คำค้น | : | ตากอร์, รพินทรนาถ, เซอร์, ค.ศ. 1861-1941 , นิเวศวิทยาแนวลึก , กวีนิพนธ์ , นิเวศวิทยาในวรรณกรรม , การสื่อสารกับศิลปะ , Tagore, Rabindranath, 1861-1941 , Deep ecology , Poetry , Ecology in literature , Communication and the arts |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/22520 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 การวิจัยเชิงสร้างสรรค์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อดัดแปลงสื่อจากกวีนิพนธ์ของ รพินทรนาถ ฐากูร สู่การแสดงร่วมสมัยเพื่อสื่อสารปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึก เพื่อศึกษาทัศนคติต่อการแสดงร่วมสมัยจากการดัดแปลงกวีนิพนธ์ของ รพินทรนาถ ฐากูร ของทั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้ชมทั่วไป และเพื่อศึกษาการรับรู้และทัศนคติของผู้ชมต่อปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึก โดยการเสวนาหลังการแสดงและสำรวจทัศนคติจากแบบสอบถาม จากการแสดงทั้ง 3 รอบมีผู้ร่วมเสวนาจำนวน 27 คนและผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 76 คน การสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัยเรื่อง “โอ้โลกที่รัก” เริ่มกระบวนการตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555 กวีนิพนธ์ที่นำมาใช้ประกอบด้วย (1) เรื่อง “โอ้โลกที่รัก” (“Earth”) ประพันธ์ในปี พ.ศ. 2479 (แปลโดย กิติมา อมรทัต ในผู้สัญจรนิรันดร, 2526) (2) จากหนังสือคีตาญชลี (ถอดความโดย กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย, 2540) (3) จากหนังสือนกเถื่อน จำนวน 7 บท (แปลโดย ปรีชา ช่อปทุมมา, 2547) นำมาร้อยเรียงและปรับเปลี่ยนถ้อยคำเพื่อความเหมาะสม โดยนำเสนอแก่นสารคือการกระทำต่างๆ ของมนุษย์นั้นเป็นส่วนสำคัญในการทำลายสมบูรณภาพของโลก จนท้ายที่สุดมนุษย์เองก็จะเป็นผู้ที่รับผลกระทบนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รูปแบบของการแสดงใช้จินตนาลีลาประกอบการอ่านบทกวี โดยมีนักแสดงทั้งเพศหญิงและชายเพื่อเป็นตัวแทนของมนุษยชาติ ไม่ระบุสถานที่และยุคสมัยเพื่อสื่อว่าสามารถเกิดได้ทุกที่บนโลก การออกแบบลีลามุ่งสื่อสารความหมายและสะท้อนอารมณ์ของกวีนิพนธ์ในแต่ละช่วง ดนตรีประกอบเลือกใช้ขลุ่ย (รีคอร์ดเดอร์) บรรเลงแบบกึ่งด้นสด การออกแบบแสงคำนึงถึงการสื่อสารอารมณ์ในแต่ละเหตุการณ์ เครื่องแต่งกายคำนึงถึงความเรียบง่ายและสื่อความหมายเป็นชาติใดๆ ก็ได้ นอกจากนี้ยังมี สื่อผสมเน้นย้ำความหมายของบทกวี ผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ชมมีทัศนคติต่อองค์ประกอบในการแสดงอยู่ในเกณฑ์ดี องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจสูงที่สุด 3 อันดับคือ (1) ดนตรีประกอบ (2) นักแสดง และ (3) การออกแบบแสง (4) ประเด็นเนื้อหา (x-bar = 4.39, 4.25/ S.D. = 0.68, 4.25/ S.D. = 0.71 และ 4.24 ตามลำดับ) และจากการเสวนาทำให้พบว่า การแสดงในครั้งนี้ ทำให้การอ่านบทกวีมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เห็นว่า ภาพรวมของการแสดงช่วยให้สามารถเข้าใจประเด็นเนื้อหาของบทกวีได้ง่ายขึ้น แก่นสารจากการแสดงทำให้ผู้ชมเห็นความความเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดจากมนุษย์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โลกธรรมชาติเสียสมดุลยภาพ ผลจากการวิจัยยังพบว่า การรับรู้ต่อปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึกอยู่ในเกณฑ์มาก ประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ (1) ชีวิตหนึ่งๆ คือธุลีอันน้อยนิดของโลก (2) ชีวิตมีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็นพลวัตของโลก และ (3) เมื่อมนุษย์ทำร้ายโลก โลกย่อมทำร้ายมนุษย์ฉันใดก็ฉันนั้น (x-bar = 4.29, 4.28 และ 4.25 ตามลำดับ) ส่วนอีก 3 อันดับที่มีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกันคือ เมื่อโลกถูกรบกวนให้เสียสมดุล พิบัติภัยทางธรรมชาติคือการปรับสมดุลของโลก บูรณาภาพนิยมของโลกคือการอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่งทั้งบวกและลบ และความละโมบของมนุษย์นำไปสู่การกอบโกยผลประโยชน์จากสรรพสิ่ง (x-bar = 4.22, 4.21 และ 4.20 ตามลำดับ) |
| บรรณานุกรม | : |
รัชฎาวรรณ รองทอง . (2554). การสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัยเพื่อสื่อสารปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึกจากกวีนิพนธ์ของรพินทรนาถ ฐากูร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัชฎาวรรณ รองทอง . 2554. "การสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัยเพื่อสื่อสารปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึกจากกวีนิพนธ์ของรพินทรนาถ ฐากูร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัชฎาวรรณ รองทอง . "การสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัยเพื่อสื่อสารปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึกจากกวีนิพนธ์ของรพินทรนาถ ฐากูร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. รัชฎาวรรณ รองทอง . การสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัยเพื่อสื่อสารปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึกจากกวีนิพนธ์ของรพินทรนาถ ฐากูร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
