ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการให้เลือดต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบิน อี ที่ไม่ได้รับการตัดม้าม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการให้เลือดต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบิน อี ที่ไม่ได้รับการตัดม้าม
นักวิจัย : ชเลวัน ภิญโญโชติวงศ์
คำค้น : ธาลัสสีเมีย , ความดันเลือดสูงในปอด , การถ่ายเลือด , Thalassemia , Pulmonary hypertension , Blood -- Transfusion
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ณัฐพงษ์ เจียมจริยธรรม , ปราณี สุจริตจันทร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21957
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

ที่มา : ภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูงเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย อินเตอร์มีเดีย ปัจจัยหลายอย่างมีผลต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง รวมทั้งการได้รับการผ่าตัดม้ามและผลของภาวะเม็ดเลือดแดงแตกตัว วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของการให้เลือดในผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย อินเตอร์มีเดีย ที่ยังไม่ได้รับการตัดม้าม เพื่อลดผลจากการเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกตัว ในอันที่จะมีผลต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง วิธีการศึกษา : เป็นการศีกษาแบบ cross sectional study โดยนำผู้ป่วยโรคโลหิตจาง เบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบิน อี และเป็นธาลัสซีเมีย อินเตอร์มีเดีย จำนวน 27 คนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับเลือดอย่างสม่ำเสมอ และกลุ่มที่ได้รับเลือดเป็นบางครั้ง มารับการตรวจหัวใจด้วยเครื่อง echocardiogram เพื่อศึกษาการทำงานของหัวใจและประเมินภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ผลการศึกษา : ในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับเลือดอย่างสม่ำเสมอจำนวน 13 คน และกลุ่มที่ได้รับเลือดเป็นบางครั้งจำนวน 14 คน พบว่ามีผู้ป่วยจำนวน 1 คนจากกลุ่มที่ได้รับเลือดอย่างสม่ำเสมอมีภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ค่าเฉลี่ยของความดันหลอดเลือดแดงปอด (pulmonary artery systolic pressure) ในกลุ่มที่ได้รับเลือดอย่างสม่ำเสมอและกลุ่มที่ได้รับเลือดเป็นบางครั้ง เท่ากับ 25.08±6.2 mmHg และ 27.13±5.6 mmHg ตามลำดับ และไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p=0.9) สรุปการศึกษานี้ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของผลของการให้เลือด ต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูงได้ อาจต้องมีการศึกษาที่มีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอ

บรรณานุกรม :
ชเลวัน ภิญโญโชติวงศ์ . (2554). ผลของการให้เลือดต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบิน อี ที่ไม่ได้รับการตัดม้าม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชเลวัน ภิญโญโชติวงศ์ . 2554. "ผลของการให้เลือดต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบิน อี ที่ไม่ได้รับการตัดม้าม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชเลวัน ภิญโญโชติวงศ์ . "ผลของการให้เลือดต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบิน อี ที่ไม่ได้รับการตัดม้าม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
ชเลวัน ภิญโญโชติวงศ์ . ผลของการให้เลือดต่อการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ในผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบิน อี ที่ไม่ได้รับการตัดม้าม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.