| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหาการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย |
| นักวิจัย | : | ปองจิต อ่อนเผ่า |
| คำค้น | : | กาารวัดผลทางการศึกษา , การสอน -- การประเมิน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ฐะปะนีย์ นาครทรรพ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2522 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20904 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ครูภาษาไทยกำลังประสบอยู่ 2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนและครูภาษาไทยเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3. เพื่อศึกษาความต้องการของครูภาษาไทยในด้านความช่วยเหลือในการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานวิจัย ผู้วิจัยได้ส่งแบบสอบถามไปยังครูภาษาไทย 142 คน นักเรียน 240 คน ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 24 แห่ง ที่ได้สุ่มตัวอย่างไว้ ข้อมูลจากครูภาษาไทยและนักเรียนที่ได้รับนำมาวิเคราะห์โดยคิดเป็นร้อยละ มัชฌิมาเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าซี และแสดงผลการวิจัยในรูปบทความกึ่งตาราง ผลการวิจัย ในด้านสภาพการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทย วิธีวัดผลที่ครูภาษาไทยเห็นว่ามีการใช้มากคือ การให้นักเรียนตอบคำถามปากเปล่า ทำแบบฝึกหัดเป็นการบ้าน เขียนรายงาน และทำแบบทดสอบย่อยเป็นระยะๆ การดำเนินการวัดผลที่ทำมากคือ เมื่อเริ่มภาคเรียนครูแจ้งให้นักเรียนทราบโครงการสอน วิธีวัดผล และแนะนำให้นักเรียนรู้จักวิธีเรียนที่ถูกต้อง ก่อนการสอนครูทบทวนความรู้และแจ้งขอบข่ายข้อสอบให้นักเรียนทราบ และเมื่อสอบเสร็จครูเฉลยข้อสอบ ในด้านความคิดเห็นต่อการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2518 ครูภาษาไทยและนักเรียนเห็นด้วยมากกับการให้โรงเรียนประเมินผลการเรียนเองด้วยความเห็นชอบของกลุ่มโรงเรียน เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อแนวปฏิบัติในการวัดผลและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทย ครูภาษาไทยและนักเรียนเห็นด้วยมากกับแนวปฏิบัติต่อไปนี้ 1. เห็นด้วยมากกับวิธีวัดผลระหว่างภาคเรียนด้วยการทำแบบฝึกหัด การค้นคว้าเขียนรายงาน และการทำแบบสอบย่อยเป็นระยะๆ 2. เห็นด้วยมากกับวิธีดำเนินการวัดและประเมินผลโดยการแจ้งให้นักเรียนทราบโครงการสอน และแนะนำให้นักเรียนรู้จักวิธีเรียนที่ถูกต้องเมื่อเริ่มภาคเรียนการทบทวนความรู้ และแจ้งขอบข่ายข้อสอบให้นักเรียนทราบก่อนการสอน การเฉลยข้อสอบและบอกคะแนนสอบหลังการสอบแล้ว 3. เห็นด้วยมากกับการสอบย่อยบ่อยๆ ระหว่างภาคเรียน และเห็นว่าชนิดของแบบ ทดสอบภาษาไทยควรเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอน ในด้านปัญหาการวัดและประเมินผลที่ครูภาษาไทยประสบนั้น ครูภาษาไทยประสบปัญหาด้านเวลาด้านเวลาเรียนจำกัดทำให้โอกาสวัดผลระหว่างภาคเรียนมีน้อย ไม่ค่อยมีโอกาสให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมในชั้นและสอนไม่ทัน ในด้านผู้เรียนมีปัญหาว่าผู้เรียนมีทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนไม่ดีพอ มีทัศนคติไม่ดีต่อวิชาภาษาไทย และเตรียมตัวไม่พร้อมที่จะสอบ ด้านความรู้ความเข้าใจในการวัดและประเมินผลครูภาษาไทยประสบปัญหาต่างๆ เช่น ไม่ชำนาญการสร้างข้อสอบ มีความลำบากในการสร้างข้อสอบชนิดต่างๆ นอกจากนี้มีปัญหาด้านเวลาในการสร้าง และตรวจให้คะแนนข้อสอบมีน้อย การให้เกรดมีปัญหาเพราะเกณฑ์การให้เกรดของครูแต่ละคนต่างกัน ในด้านความต้องการครูภาษาไทยต้องการให้จัดตั้งคลังข้อสอบไว้เป็นแหล่งกลางให้ครูได้ยืมใช้มากที่สุด นอกจากนี้ยังต้องการให้จัดหาอุปกรณ์และคู่มือการวัดผลให้เพียงพอ |
| บรรณานุกรม | : |
ปองจิต อ่อนเผ่า . (2522). ปัญหาการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปองจิต อ่อนเผ่า . 2522. "ปัญหาการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปองจิต อ่อนเผ่า . "ปัญหาการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print. ปองจิต อ่อนเผ่า . ปัญหาการวัดและประเมินผลการสอนการเรียนวิชาภาษาไทย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.
|
