ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

มาตรการทางกฏหมายในการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้ติดยาเสพ ติดให้โทษ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : มาตรการทางกฏหมายในการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้ติดยาเสพ ติดให้โทษ
นักวิจัย : ปิ่น ศรีเมือง
คำค้น : ยาเสพติด -- การควบคุม , กฎหมายยาเสพติด
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไชยยศ เหมะรัชตะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2523
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20824
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523

ปัจจุบันปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดทางด้านการป้องกัน การปราบปรามและการบำบัดรักษา รวม 3 ประการถือได้ว่าเป็นปัญหาอันยิ่งใหญ่ของทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้เสพติด เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า กล่าวคือการสูญเสียกำลังของชาติจากผู้ที่หลงเป็นทาสยาเสพติดมีมากขึ้นประกอบกับในด้านมาตรการต่างๆ รวมทั้งมาตรการทางกฎหมายที่แก้ไขปรับปรุงผู้เสพติดก็ยังหาวิธีการอันเหมาะสมที่แท้จริงไม่ได้ฉะนั้นการวิจัยนี้จึงมีความมุ่งหมายที่จะทำการหามาตรการทางกฎหมายของประเทศที่ประสบกับปัญหาทางด้านนี้มาทำการเปรียบเทียบหามาตรการทางกฎหมายที่ดีเพื่อเป็นหลักเกณฑ์ควบคุมไปกับมาตรการอื่นๆ เป็นการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคดังกล่าว ยาเสพติดมีมากมายหลายชนิดจัดประเภทได้ 4 ประเภท คือ ประเภทกดประสาท ประเภทกระตุ้นประสาท ประเภทหลอนประสาท และประเภทออกฤทธิ์ผสมแต่ละประเภทมีฤทธิ์อำนาจในการทำลายแตกต่างกันไป ในสมัยก่อนมนุษย์มีความเชื่อว่ายาเสพติดมีคุณประโยชน์ในด้านดีประการเดียว แต่บัดนี้กลับสร้างปัญหาขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ละประเทศจึงได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโดยการปรึกษาหารือ ประชุมกันมีสนธิสัญญา อนุสัญญา เพื่อควบคุมยาเสพติดและภาคีสมาชิกได้นำหลักการต่างๆ ไปบัญญัติไว้ในกฎหมายภายในประเทศของตนและทำการศึกษาถึงสมุฏฐานที่แท้จริงจึงพบว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นผู้ติดยาเสพติดกันมากเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการด้วยกัน เช่นสาเหตุจากตัวผู้กระทำความผิด สาเหตุทางด้านสิ่งแวดล้อม สภาพและปัญหาสังคมตลอดจนสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งนานาประเทศมีสาเหตุคล้ายคลึงกันในการทำให้บุคคลเป็นผู้เสพติดและนอกจากนี้อายุ เพศ การศึกษา และอาชีพก็มีส่วนเป็นอย่างมาก ที่ช่วยผลักดันให้มีการเสพยาเสพติด จะเห็นได้ว่าภัยที่เกิดจากผู้ติดยาเสพติดนั้นมีมาก เพราะบางครั้งผู้เสพติดอาจไปก่ออาชญากรรมทางอาญาอีก เช่น ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นต้น ผู้เสพติดนี้ถือได้ว่าเป็นผู้กระทำผิดทางอาญา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม โดยเริ่มต้นจากพนักงานตำรวจ พนักงานอัยการ ผู้พิพากษา และฝ่ายราชทัณฑ์ เป็นผู้ดำเนินงานสืบสวนสอบสวน ส่งฟ้อง พิจารณา พิพากษาคดี ลงโทษผู้เสพติดและพ้นโทษปล่อยตัวไปในที่สุด ซึ่งกระบวนการตามขั้นตอนนี้มีบุคคลหลายฝ่ายได้เสนอแนวความคิดในเรื่องการจัดตั้งศาลพิเศษสำหรับทำการพิจารณาพิพากษาคดียาเสพติดโดยเฉพาะ เหมือนศาลแรงงานหรือศาลปกครอง แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังมิได้มีโครงการจัดตั้งศาลดังกล่าวขึ้นมา ส่วนวิธีการแก้ไขปรับปรุงผู้เสพติด ได้แบ่งแยกผู้เสพติดเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทแรกเป็นการบำบัดรักษาผู้เสพติดที่สมัครใจขอสมัครทำการบำบัดรักษาตามมาตรา 94 พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ผู้เสพติดจะถูกส่งไปยังสถานพยาบาลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำการบำบัดรักษาผู้เสพติด โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งทำการรักษาและมีสภาพฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยในปัจจุบันคือ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ผู้เสพติดจะได้รับการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงตามวิธีการของแพทย์จนกระทั่งหายขาด และได้รับหนังสือรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีกำหนด จึงจะได้รับการยกเว้นโทษ อีกประเภทหนึ่งคือ ผู้เสพติดที่ไม่สมัครขอเข้ารับการบำบัดรักษา ได้แก่ผู้เสพติดที่ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่จับกุมและนำตัวมาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ถ้ามีความผิดจริงฝ่ายราชทัณฑ์จะนำตัวไปลงโทษตามกฎหมาย และพิจารณาส่งไปทำการบำบัดรักษา ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษตามควรแก่กรณี สำหรับมาตรการทางกฎหมายในการบำบัดรักษาและการแก้ไขปัญหาผู้เสพติดนานาประเทศรวมทั้งประเทศไทย ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จะแก้ไขปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับผู้เสพติดนั้นจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนซึ่งหลายประเทศถือเป็นแบบมาตรฐานเป็นมาตรการที่ดีและเหมาะสมดังนี้ 1. ระยะเตรียมการก่อนเข้าบำบัดรักษา 2. การบำบัดรักษาผู้เสพติดขั้นถอนพิษยา 3. การฟื้นฟูสมรรถภาพและจิตใจ 4. การติดตามผลภายหลังการบำบัดรักษา ขั้นตอนทั้ง 4 ประการนี้ ประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับผู้เสพติดได้นำมาใช้และประสบความสำเร็จพอสมควร เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย ปากีสถาน ตุรกี และ มาเลเซีย เป็นต้น สำหรับการแก้ไชปัญหาผู้เสพติดของประเทศไทยยังมิได้ดำเนินการสมบูรณ์ครบทั้ง 4 ขั้นตอน ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดยังไม่รัดกุมเพียงพอที่จะบังคับให้ผู้เสพติดอยู่ทำการรักษาจนครบกำหนด การประสานแนวความคิดเกี่ยวกับงานบำบัดรักษาของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีมาตรการนำตัวผู้สงสัยว่าเสพติดมาทำการตรวจสอบ การเตรียมการก่อนการรักษาและการติดตามผลภายหลังการรักษายังมิได้ดำเนินงานอย่างจริงจัง การแก้ไขปรับปรุงผู้เสพติดในขณะถูกคุมขังของพนักงานตำรวจหรือศาลขณะนี้ยังไม่มีวิธีใดเลยและเจ้าพนักงานที่ดำเนินการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้เสพติดต้องมีอำนาจพอสมควรเป็นต้น นอกจากนี้อุปสรรคที่เกี่ยวข้องอาจได้แก่งบประมาณ บุคคลผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ตลอดจนสถานที่และอุปกรณ์สำหรับทำการบำบัดรักษาผู้เสพติดจะต้องมีพร้อมและครบถ้วนถ้าหากสามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรคแต่ละอย่างตามขั้นตอนและร่วมมือกันอย่างจริงจังด้วยกันทุกฝ่ายแล้วดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายในการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้เสพติดที่กล่าวมา การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้เสพติดก็จะประสบผลสำเร็จในที่สุด

บรรณานุกรม :
ปิ่น ศรีเมือง . (2523). มาตรการทางกฏหมายในการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้ติดยาเสพ ติดให้โทษ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิ่น ศรีเมือง . 2523. "มาตรการทางกฏหมายในการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้ติดยาเสพ ติดให้โทษ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิ่น ศรีเมือง . "มาตรการทางกฏหมายในการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้ติดยาเสพ ติดให้โทษ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523. Print.
ปิ่น ศรีเมือง . มาตรการทางกฏหมายในการบำบัดรักษาและแก้ไขปรับปรุงผู้ติดยาเสพ ติดให้โทษ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2523.