ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคิดเห็นของครู นักเรียนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคิดเห็นของครู นักเรียนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี
นักวิจัย : บุษริน เพ็งบุญ
คำค้น : การติดยาเสพติด , ยาเสพติด , ยาเสพติดกับเยาวชน , ยาเสพติด -- การควบคุม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วิโรจน์ เจียมจรัสรังษี , วิฑูรย์ โล่ห์สุนทร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741726198 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5489
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ปัจจุบันการแพร่ระบาดของสารเสพติดในสถานศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้น หากนักเรียนใช้สารเสพติดแล้วการช่วยเหลือแก้ไขทำได้ยาก จึงควรมุ่งเน้นการดำเนินการด้านการป้องกันการใช้สารเสพติดเป็นหลัก การศึกษาเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของครู นักเรียนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และปีที่ 6 จำนวน 412 คน และ 731 คน ตามลำดับที่ได้รับการสุ่มเลือกด้วยวิธี Multistage cluster sampling จากครู และนักเรียนทั้งหมดในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดตอบเอง ระหว่างเดือนธันวาคม 2545 ถึงเดือนมกราคม 2546 ครูตอบกลับ 324 คน (ร้อยละ 87.6) และ นักเรียนตอบกลับ 731 คน (ร้อยละ 100) วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลโดยใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละค่าต่ำสุด-สูงสุด ค่ามัธยฐาน และ Chi-Square test ผลการศึกษาพบว่า ครูให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาในระดับค่อนข้างมาก ขณะที่การปฏิบัติจริงอยู่ในระดับปานกลางถึงมากแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ครูส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและปฏิบัติมากในด้านการลดปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ ส่วนด้านการช่วยเหลือแก้ไขและด้านระบบข้อมูลมีการให้ความสำคัญและปฏิบัติค่อนข้างน้อย การวิเคราะห์ในรายละเอียด พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล คือ ระดับการศึกษา การอบรมเกี่ยวกับการเสพติด และลักษณะโรงเรียนมีความสัมพันธ์กับความคิดเห็นของครู โดยครูโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเห็นว่าโรงเรียนให้ความสำคัญและปฏิบัติสูงกว่าครูโรงเรียนประถมศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เฉพาะการให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการ ด้านระบบข้อมูล ด้านการช่วยเหลือแก้ไข และด้านการบริหารจัดการต่อการปฏิบัติจริง ส่วนนักเรียนพบว่า นักเรียนเห็นว่าโรงเรียนมีการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในระดับปานกลาง โดยด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมและป้องกันนักเรียนเห็นว่ามีการดำเนินงานมากกว่าด้านจัดกิจจรรมช่วยเหลือนักเรียนสอดคล้องกับความคิดเห็นของครู การวิเคราะห์ในรายละเอียดพบว่าเพศ ผลการศึกษา จำนวนครูและนักเรียน มีความสัมพันธ์กับความคิดเห็นของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เห็นว่าโรงเรียนมีการดำเนินงานสูงกว่าโรงเรียนประถมศึกษา การศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษา โดยการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานในสถานศึกษา และควรปรับปรุงหลักสูตรการอบรมเกี่ยวกับสารเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
บุษริน เพ็งบุญ . (2545). ความคิดเห็นของครู นักเรียนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษริน เพ็งบุญ . 2545. "ความคิดเห็นของครู นักเรียนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษริน เพ็งบุญ . "ความคิดเห็นของครู นักเรียนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
บุษริน เพ็งบุญ . ความคิดเห็นของครู นักเรียนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานป้องกันสารเสพติดในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.