| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการฝึกออกกำลังกายด้วยการวิ่งสมาธิต่อสุขสมรรถนะและอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน ในหญิงกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนและมีอาการปวดประจำเดือน |
| นักวิจัย | : | ธันยากานต์ วรเศรษฐวัฒน์ |
| คำค้น | : | ระดู , กลุ่มอาการก่อนระดู , สมาธิ , การออกกำลังกาย , การวิ่ง -- แง่ศาสนา -- พุทธศาสนา , สมรรถภาพทางกาย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ดรุณวรรณ สุขสม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20636 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 ศึกษาผลของการฝึกออกกำลังกายด้วยการวิ่งสมาธิต่อสุขสมรรถนะและอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน ในหญิงกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนและมีอาการปวดประจำเดือน อาสาสมัครเป็นนิสิตหญิงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีอาการก่อนมีประจำเดือน และปวดประจำเดือน อายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 30 คน ทำการสุ่มอย่างง่ายโดยให้กลุ่มตัวอย่างจับฉลากเพื่อแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม ดำเนินชีวิตประจำวันปกติ จำนวน 15 คน และกลุ่มที่ได้รับการฝึกออกกำลังกายด้วยการวิ่งสมาธิ โดยใช้เวลา 20 นาที/ครั้ง (ไม่รวมระยะอบอุ่นร่างกาย 5 นาที และระยะผ่อนคลาย 5 นาที) 3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ จำนวน 15 คน อาสาสมัครทุกคนได้รับการทดสอบสุขสมรรถนะและวัดความรุนแรงของอาการข้างเคียง ของการมีประจำเดือนและอาการปวดประจำเดือนก่อนและหลังการทดลอง นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่มการทดลองด้วยการทดสอบค่าที และทดสอบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการทดลองด้วยการทดสอบค่าทีแบบรายคู่ ผลการวิจัย พบว่า 1. เมื่อเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มควบคุมไม่มีความแตกต่างของสุขสมรรถนะ และอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน แต่กลุ่มฝึกวิ่งสมาธิ หลังการทดลองมีความแตกต่างของสุขสมรรถนะ ได้แก่ ความอ่อนตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา และสมรรถนะการใช้ออกซิเจนสูงสุดที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน ได้แก่ โกรธง่าย/หงุดหงิด วิตกกังวล/ตึงเครียด รู้สึกร้องไห้ง่ายขึ้น/อ่อนไหวง่ายขึ้นต่อการถูกปฏิเสธ ไม่ค่อยมีสมาธิ กินมากขึ้น/อยากกินอาหารบางอย่างมากขึ้น เจ็บตึงเต้านม ปวดศีรษะ ปวดข้อ/กล้ามเนื้อ ท้องอืด ปวดประจำเดือน มีระดับความรุนแรงของอาการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ภายหลังสิ้นสุดการทดลองที่ 12 สัปดาห์ สุขสมรรถนะของกลุ่มฝึกวิ่งสมาธิ ได้แก่ สมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุด มีค่ามากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อาการข้างเคียงของการมีประจำเดือนของกลุ่มฝึกวิ่งสมาธิ ได้แก่ โกรธง่าย/หงุดหงิด วิตกกังวล/ตึงเครียด อาการเศร้า/รู้สึกสิ้นหวัง ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ในที่ทำงานลดลง ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ในบ้านลดลง ไม่ค่อยมีสมาธิ อ่อนเพลีย/ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง นอนไม่หลับ ท้องอืด ปวดประจำเดือนมีระดับรุนแรงของอาการ ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
ธันยากานต์ วรเศรษฐวัฒน์ . (2551). ผลของการฝึกออกกำลังกายด้วยการวิ่งสมาธิต่อสุขสมรรถนะและอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน ในหญิงกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนและมีอาการปวดประจำเดือน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธันยากานต์ วรเศรษฐวัฒน์ . 2551. "ผลของการฝึกออกกำลังกายด้วยการวิ่งสมาธิต่อสุขสมรรถนะและอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน ในหญิงกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนและมีอาการปวดประจำเดือน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธันยากานต์ วรเศรษฐวัฒน์ . "ผลของการฝึกออกกำลังกายด้วยการวิ่งสมาธิต่อสุขสมรรถนะและอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน ในหญิงกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนและมีอาการปวดประจำเดือน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. ธันยากานต์ วรเศรษฐวัฒน์ . ผลของการฝึกออกกำลังกายด้วยการวิ่งสมาธิต่อสุขสมรรถนะและอาการข้างเคียงของการมีประจำเดือน ในหญิงกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนและมีอาการปวดประจำเดือน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
