ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิพลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเจริญของสายใย และการเกิดปุ่มดอกของเห็ดฟาง Volvariella volvacea เห็ดโคน Temitomyces sp. และเห็ดลูกผสมที่เกิดจากการรวมโปรโตพลาสต์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิพลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเจริญของสายใย และการเกิดปุ่มดอกของเห็ดฟาง Volvariella volvacea เห็ดโคน Temitomyces sp. และเห็ดลูกผสมที่เกิดจากการรวมโปรโตพลาสต์
นักวิจัย : สราวุธ สมถวิล
คำค้น : เห็ด , คาร์บอนไดออกไซด์ , การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช , การเพาะเลี้ยงเซลล์ , อาหารเลี้ยงเชื้อ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุมาลี พิชญางกูร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : 9746322753 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20417
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538

การเจริญของสายใยเห็ดฟาง (Volvariella volvacea; V) เห็ดโคน (Termitomyces sp.) เห็ดโคนที่ได้จากการรีเจนเนอเรท Tl, T3, T3A, T3B และเห็ดลูกผสมสายพันธุ์ VTl(4y), VTl(4yt), VTl(7), VTl(7t) ที่เลี้ยงบนอาหารวุ้น PDA ในตู้ทดลองขนาด 25x50x25 ซ.ม. ในระบบกึ่งเปิด-ปิดเป็นเวลา 6-8 วัน และระบบปิดเป็นเวลา 5-6 วันตามลำดับ เก็บแก๊สที่เกิดขึ้นในตู้ทดลองแต่ละวันไปวิเคราะห์ด้วยเครื่องแก๊สโครมาโตการฟ (Gas chromatograph) พบว่า CO2 ที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีผลยับยั้งต่อการเจริญของสายใยในแต่ละสายพันธุ์ในทั้ง 2 ระบบ และจะเห็นชัดในระบบเปิด CO2 จะส่งเสริมการเจริญของสายใยของเห็ดทุกสายพันธุ์ ในการหมักไส้นุ่นเวลา 4 วัน เพื่อใช้เป็นอาหารในการเลี้ยงเห็ด พบว่าอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนที่เหมาะสมประมาณ 16:1 ความชื้นประมาณ 70% เมื่อนำมาปลูกเห็ดฟาง เห็ดโคนสายพันธุ์ Tl, T3, T3A และเห็ดลูกผสมสายพันธุ์ VTl(4y), VTl(4yt), VTl(7), VTl(7t) ในตู้ควบคุมอุณหภูมิ 32ํซ. เป็นเวลา 5 วัน จนสายใยเจริญเต็มถุงอาหาร แล้วนำเข้าเลี้ยงในตู้ทดลองที่แปรความเข้มข้นของ CO2 เป็นช่วง 0.06-0.13, 0.2-0.5, 0.5-0.7, 0.7-0.8, 1.1-1.9% และตัวควบคุม 2-7% พบว่าเห็ดฟางมีการสร้างปุ่มดอกได้ดีทุกช่วงความเข้มข้นของ CO2 ยกเว้นตัวควบคุมที่ไม่พบการสร้าปุ่มดอก และพบว่าที่เข้มข้น CO2 0.7-0.8% เห็ดฟางมีการสร้างปุ่มดอกได้ที่สุด พบ 22 ปุ่มดอก และมี 12 ปุ่มดอกที่พัฒนาเป็นดอกเห็ดที่สมบูรณ์ ส่วนเห็ดโคนสายพันธุ์ Tl พบว่ามีการสร้างปุ่มดอกได้ดีที่สุดในช่วง CO2 0.06-0.13% พบ 11 ปุ่มดอก แต่ไม่มีการพัฒนาของปุ่มดอก เห็ดโคนสายพันธุ์ T3A พบว่ามีการสร้างปุ่มดอกได้ดีทุกช่วง CO2 แต่สร้างปุ่มดอกได้ดีที่สุดที่ CO2 0.5-0.7% พบการพัฒนาของปุ่มดอกไปเป็นดอกเห็ด 50 ปุ่มดอก แต่มีส่วนครีบดอกกลับด้านกับดอกเห็ดปกติ เห็ดลูกผสมสายพันธุ์ VTl(4y) และ VTl(4yt), มีการสร้างปุ่มดอกได้มากที่สุดช่วงความเข้มข้น CO2 0.5-0.7% แต่ไม่พบการพัฒนาของปุ่มดอก เห็ดลูกผสมสายพันธุ์ VTl(7) มีการสร้างปุ่มดอกมากที่สุดที่ CO2 เข้มข้น 0.2-0.5% แต่ไม่พบการพัฒนาของปุ่มดอก เห็ดลูกผสมสายพันธุ์ VTl(7t) มีการสร้างปุ่มดอกมากที่สุดที่ CO2 0.7-0.8% และมีการพัฒนาของปุ่มดอกไปเป็นดอกเห็ดเพียง 1 ดอก

บรรณานุกรม :
สราวุธ สมถวิล . (2538). อิทธิพลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเจริญของสายใย และการเกิดปุ่มดอกของเห็ดฟาง Volvariella volvacea เห็ดโคน Temitomyces sp. และเห็ดลูกผสมที่เกิดจากการรวมโปรโตพลาสต์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สราวุธ สมถวิล . 2538. "อิทธิพลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเจริญของสายใย และการเกิดปุ่มดอกของเห็ดฟาง Volvariella volvacea เห็ดโคน Temitomyces sp. และเห็ดลูกผสมที่เกิดจากการรวมโปรโตพลาสต์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สราวุธ สมถวิล . "อิทธิพลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเจริญของสายใย และการเกิดปุ่มดอกของเห็ดฟาง Volvariella volvacea เห็ดโคน Temitomyces sp. และเห็ดลูกผสมที่เกิดจากการรวมโปรโตพลาสต์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538. Print.
สราวุธ สมถวิล . อิทธิพลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเจริญของสายใย และการเกิดปุ่มดอกของเห็ดฟาง Volvariella volvacea เห็ดโคน Temitomyces sp. และเห็ดลูกผสมที่เกิดจากการรวมโปรโตพลาสต์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2538.