| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิผลของรูปแบบการจำแนกทางการพยาบาลต่อความพึงพอใจของพยาบาลและจำนวนวันนอนของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจในหอผู้ป่วยหนัก |
| นักวิจัย | : | แพรวพรรณ อึ้งภาภรณ์ |
| คำค้น | : | ความพอใจในการทำงาน , ผู้ป่วย -- การดูแล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ยุพิน อังสุโรจน์ , ชนกพร จิตปัญญา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20428 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบจำนวนวันนอนของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ และความพึงพอใจของพยาบาลในหอผู้ป่วยหนัก ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจำแนกทางการพยาบาล กลุ่มตัวอย่างมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพยาบาลวิชาชีพซึ่งปฏิบัติงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ในหอผู้ป่วยศูนย์โรคหัวใจฯ ชั้น 5 โรงพยาบาลศิริราช ที่ให้การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ จำนวน 13 คน และกลุ่มผู้ป่วยภายหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจที่ได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยศูนย์โรคหัวใจฯ ชั้น 5 จำนวน 60 คน โดยแบ่งเป็น กลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 30 คน คัดเลือกโดยวิธีการแบบเฉพาะเจาะจง โดยมีภูมิหลังที่คล้ายคลึงกันในโรค เพศ อายุ และประสิทธิภาพในการบีบตัวของหัวใจ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ รูปแบบการจำแนกทางการพยาบาล ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลด้านข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล กิจกรรมทางการพยาบาล และผลลัพธ์ทางการพยาบาล ไว้อย่างเป็นหมวดหมู่มีระบบแบบแผนในแนวทางเดียวกัน แบบบันทึกจำนวนวันนอนของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจในหอผู้ป่วยหนัก และแบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาล ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ และวิเคราะห์ความเที่ยงของแบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาล โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค ได้ค่าความเที่ยง .95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1. ความพึงพอใจของพยาบาลในโครงสร้างของรูปแบบการจำแนกทางการพยาบาลหลังการทดลอง (Mean=4.22, SD=.58) สูงกว่าก่อนการทดลอง (Mean=3.08, SD=.50) ความพึงพอใจของพยาบาลในการนำรูปแบบการจำแนกทางการพยาบาลไปใช้หลังการทดลอง (Mean=4.21, SD=.66) สูงกว่าก่อนการทดลอง(Mean=3.14, SD=.66) และความพึงพอใจในงานของพยาบาลหลังการทดลอง (Mean=4.34, SD=.56) สูงกว่าก่อนการทดลอง (Mean=3.14, SD=.46) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. จำนวนวันนอนในหอผู้ป่วยหนักของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจกลุ่มที่มีการใช้รูปแบบการจำแนกทางการพยาบาล (Mean=1.67, SD=.80) น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่มีการใช้รูปแบบการจำแนกทางการพยาบาล (Mean=2.73, SD=1.57) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
แพรวพรรณ อึ้งภาภรณ์ . (2550). ประสิทธิผลของรูปแบบการจำแนกทางการพยาบาลต่อความพึงพอใจของพยาบาลและจำนวนวันนอนของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจในหอผู้ป่วยหนัก.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แพรวพรรณ อึ้งภาภรณ์ . 2550. "ประสิทธิผลของรูปแบบการจำแนกทางการพยาบาลต่อความพึงพอใจของพยาบาลและจำนวนวันนอนของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจในหอผู้ป่วยหนัก".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แพรวพรรณ อึ้งภาภรณ์ . "ประสิทธิผลของรูปแบบการจำแนกทางการพยาบาลต่อความพึงพอใจของพยาบาลและจำนวนวันนอนของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจในหอผู้ป่วยหนัก."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. แพรวพรรณ อึ้งภาภรณ์ . ประสิทธิผลของรูปแบบการจำแนกทางการพยาบาลต่อความพึงพอใจของพยาบาลและจำนวนวันนอนของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจในหอผู้ป่วยหนัก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
