| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาระบบการตัดสินใจการผลิตสินค้าเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกจังหวัดแพร่ |
| นักวิจัย | : | วีระ ภาคอุทัย |
| คำค้น | : | การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน , การผลิตสินค้าเกษตร , จังหวัดแพร่ , พริก , ระบบการตัดสินใจ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5420024 , http://research.trf.or.th/node/8380 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกปลอดภัย ระบบการผลิตและ การตลาดพริกของเกษตรกรผู้ปลูกพริก เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบวางแผนการผลิตและการตัดสินใจ ของเกษตรกรในการปลูกพริก กิจกรรมที่ได้ดำเนินการ ได้แก่ การประชุมและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน การจัดการการผลิตพริกปลอดภัยให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพริกและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจังหวัดแพร่ ติดตาม เกษตรกรในพื้นที่ การจัดทำแปลงสาธิตการปลูกพริกปลอดภัย การศึกษาดูงานของเกษตรกรผู้ปลูกพริก ผลการศึกษา พบว่า ปีการเพาะปลูก 2553/54 จังหวัดแพร่ มีพื้นที่เพาะปลูกพริกใหญ่ 3,623.25 ไร่ เนื้อที่ เก็บเกี่ยว 3,623.25 ไร่ ปลูกมากในอำเภอหนองม่วงไข่และอำเภอสอง พื้นที่การเพาะปลูกพริกใหญ่ส่วนใหญ่ พื้นที่ริมแม่น้ำยมแต่มีความเสี่ยงในเรื่องน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ช่วงปลูกพริกใหญ่แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 1) ปลูก เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เริ่มเก็บเกี่ยวพริกเดือนตุลาคมเป็นต้นไป พื้นที่ปลูกจะต้องเป็นที่ดอนน้ำไม่ท่วม 2) ปลูกเดือนกันยายน ซึ่งเก็บเกี่ยวเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เป็นช่วงที่มีความเหมาะสมสำหรับการปลูก พริกมากที่สุดเพราะมีจำนวนวันที่ฝนตกน้อยและเกิดปัญหาโรคและแมลงจะลดลง 3) ปลูกเดือนตุลาคม จะ ปลูกพริกหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวหรือข้าวโพดแล้ว และเก็บเกี่ยวเดือนมกราคม ราคาพริกใหญ่สำหรับเพื่อเข้าสู่ตลาดบริโภคสด ได้แก่ พริกเขียวหนุ่ม พริกก้ามปู ในฤดูกาลที่ผ่านมา (2554/55) มีราคาสูง ช่วงเดือนพฤศจิกายนพริกเขียวหนุ่มมีราคา 40-45 บาท/กิโลกรัม พริกก้ามปูราคาสูงถึง 65-70 บาท/กิโลกรัม สำหรับพริกแดงเด็ดก้านส่งโรงงานซอสพริกซึ่งมีราคาจะต่ำ ราคาที่เกษตรกรขายได้ เดือนมกราคมประมาณ 16 บาท/กิโลกรัม และราคาลดลงเหลือเพียง 12 บาท/กิโลกรัม ผลจากการสำรวจข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม การจัดการการผลิต ต้นทุนและผลตอบแทนจากการ ผลิตพริกของเกษตรกรจังหวัดแพร่ จำนวน 113 ราย (อำเภอสองจำนวน 52 ราย หนองม่วงไข่ จำนวน 61 ราย) โดยแบ่งเป็นเกษตรกรเข้าร่วมฝึกอบรม (จำนวน 66 ราย) และไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรบกับโครงการวิจัย (47 ราย) พื้นที่ถือครองทั้งหมดไม่แตกต่างกันโดยเกษตรกรที่เข้าร่วมอบรมและไม่เข้าร่วมอบรมมีพื้นที่เฉลี่ย ประมาณ 11.13 และ 9.98 ไร่/ครัวเรือน ตามลำดับ พืชที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พริก เมื่อพิจารณารายได้ของครัวเรือนพบว่าทั้ง 2 กลุ่ม พบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมฝึกอบรมมี รายได้ทั้งหมดเฉลี่ยต่อครัวเรือนเท่ากับ 83,641.99 บาท และ 96,010.51 บาท ตามลำดับ แหล่งรายได้จาก การเกษตรที่สำคัญ 3 อันดับแรก คือ ข้าว พริก และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งรายได้จากการขายพริกถือว่ามี สัดส่วนสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 64 และ 47 ของรายได้ทั้งหมดของเกษตรกรที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมฝึกอบรม การจัดการการผลิตพริกระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกพริกที่เข้าร่วมฝึกอบรมและที่ไม่เข้าร่วมฝึกอบรม พบว่า พื้นที่ปลูกพริกเฉลี่ยต่อครัวเรือนเพียง 2.81 และ 2.74 ไร่/ครัวเรือน ตามลำดับ จำนวนต้นพริกที่ใช้ใน การปลูกพบว่ามีความแตกต่างกัน โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมจะเลือกใช้ 8,223 ต้น/ไร่ และเกษตรกรไม่เข้าร่วม ฝึกอบรมเลือกใช้ 11,328 ต้น/ไร่ ในปีการเพาะปลูกพริก 2555/56 เกษตรกรที่เข้าร่วมอบรมตัดสินใจจะปลูก ix พริกให้เร็วขึ้นคือเลือกปลูกเดือนกันยายนหรือก่อนเดือนกันยายน เนื่องจากในปีนี้เห็นว่าราคาพริกเขียวหนุ่ม และก้ามปูในช่วงเดือนพฤศจิกายนมีราคาสูง เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนการเพาะปลูกพริกของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วม ฝึกอบรมมีรายได้สุทธิต่อไร่สูงกว่าเกษตรกรที่ไม่เข้าร่วมฝึกอบรม ทั้งนี้เนื่องจากมีการใช้สารเคมีลดลงส่งผล ให้ต้นทุนการใช้สารเคมีของเกษตรกรลดลง และเมื่อเปรียบเทียบผลผลิตต่อไร่ พบว่า ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของ เกษตรกรที่เข้าร่วมฝึกอบรมสูงกว่าเกษตรกรที่ไม่เข้าร่วมฝึกอบรมถึงร้อยละ 15 รายได้จากการจำหน่ายพริกของเกษตรกรที่เข้าร่วมฝึกอบรมมากกว่า (199,579 บาท/ครัวเรือน) เกษตรกรที่ไม่เข้าร่วมฝึกอบรม (123,068 บาท/ครัวเรือน) รายได้จากการจำหน่ายพริกส่วนใหญ่เกษตรกรจะ เก็บออมและชำระหนี้ เทคโนโลยีที่เกษตรกรที่เข้าร่วมฝึกอบรมนำไปใช้ปีเพาะปลูกปัจจุบัน (2554/55) มีสัดส่วนที่สูง คือ การปลูกพริกหลุมละหนึ่งต้น การใช้ปูนขาวหรือโดโลไมท์ก่อนไถกลบบำรุงดิน การถอนต้นพริกที่เป็น ไวรัสทิ้ง สำหรับเทคโนโลยีที่มีการปรับใช้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างเกษตรกรที่ได้เข้าร่วม ฝึกอบรมและเกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมฝึกอบรม คือ ตรวจความเป็นกรด-ด่างของดิน ตัดแต่งกิ่งใบแขนงใต้ ง่ามแรก จดบันทึกข้อมูล ซึ่งเกษตรกรทีเข้าฝึกอบรมจะมีสัดส่วนการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้มากกว่า เกษตรกรทีไม่ได้เข้าฝึกอบรม สำหรับปีเพาะปลูกปีถัดไป เกษตรกรคาดว่าจะนำใช้เทคโนโลยีปลูกพริก ปลอดภัยไปปรับใช้มากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีการใช้เชื้อราเขียวไตรโคเดอร์มารองก้นหลุมก่อนปลูกและ ผสมวัสดุปลูกในการเพาะกล้า ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้วางแผนในการตัดสินใจการผลิตของเกษตรกรซึ่งพิจารณาจาก ช่วงเดือน ที่ปลูกพริก ปริมาณน้ำฝนตกเป็นรายเดือน ข้อมูลดัชนีราคาขายส่งพริกใหญ่นั้น จากผลการวิเคราะห์ปรากฏ ว่า จังหวัดแพร่มีปริมาณฝนตกน้อยตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไปซึ่งเป็นผลดีกับระบบการปลูกพริก ราคา พริกใหญ่จะสูงตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนหลังจากราคาจะเริ่มลดต่ำลงและราคาจะต่ำที่สุดใน เดือนกุมภาพันธ์ของทุก และพริกใหญ่จังหวัดแพร่จะออกสู่ตลาดปลายเดือนตุลาคม ส่วนพริกจากจังหวัด น่านและจังหวัดอื่นๆ ออกสู่ตลาดหลังเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี ฉะนั้นช่วงของการ เพาะปลูกพริกใหญ่จังหวัดแพร่ที่เหมาะสมควรเพาะกล้าเดือน มิถุนายนถึงกรกฎาคม และเก็บเกี่ยวช่วง เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม - |
| บรรณานุกรม | : |
วีระ ภาคอุทัย . (2556). การพัฒนาระบบการตัดสินใจการผลิตสินค้าเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกจังหวัดแพร่.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. วีระ ภาคอุทัย . 2556. "การพัฒนาระบบการตัดสินใจการผลิตสินค้าเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกจังหวัดแพร่".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. วีระ ภาคอุทัย . "การพัฒนาระบบการตัดสินใจการผลิตสินค้าเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกจังหวัดแพร่."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. วีระ ภาคอุทัย . การพัฒนาระบบการตัดสินใจการผลิตสินค้าเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกจังหวัดแพร่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
