| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| นักวิจัย | : | วณิชชา ภัทรประสิทธิ์ |
| คำค้น | : | การศึกษาเอกชน -- ไทย , การศึกษาเอกชน -- นโยบายของรัฐ -- ไทย , การศึกษาขั้นพื้นฐาน , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ , ชญาพิมพ์ อุสาโห , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19435 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาของการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและเพื่อพัฒนารูปแบบการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยดำเนินการวิจัย 5 ขั้นตอน คือ 1)การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดเบื้องต้นในการวิจัย 2) การศึกษาสภาพและปัญหาของการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากแหล่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร/หน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้วยวิธีการวิเคราะห์เอกสาร และจากการวิจัยเชิงสำรวจโดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครู และผู้ปกครองสถานศึกษาเอกชน 3) การร่างรูปแบบ 4) การตรวจสอบและประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5)การปรับปรุงและนำเสนอรูปแบบ ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1.การสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจากรัฐ พบว่ามีความไม่เสมอภาคและเท่าเทียมกับสถานศึกษาของรัฐ ส่งผลให้เกิดการผูกขาดในการจัดการศึกษาโดยรัฐและเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมระหว่างสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ผลการศึกษาความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการสนับสนุนของสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐปฏิบัติจริงและสภาพที่รัฐควรปฏิบัติในภาพรวม พบว่า สภาพที่รัฐปฏิบัติจริงมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยในทุกด้าน ส่วนระดับที่รัฐควรปฏิบัติมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดในทุกด้าน และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 โดยเมื่อพิจารณาความแตกต่างระหว่างระดับที่รัฐควรปฏิบัติและระดับที่ปฏิบัติจริง พบว่า การสนับสนุนด้านที่ความแตกต่างสูงสุดคือ การสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายลงทุน รองลงมา คือ การสนับสนุนด้านวิชาการ 2. รูปแบบการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมและเป็นไปได้ คือ “รูปแบบบูรณาการ” (Integrative Model) มี 2 องค์ประกอบ คือ (1) การบูรณาการ การสนับสนุนด้านอุปสงค์ (Demand-Side Financing)และด้านอุปทาน (Supply-Side Financing) (2) การบูรณาการการสนับสนุนในรูปแบบการให้เป็นเงิน (In Cash) และรูปแบบไม่เป็นตัวเงิน (In Kind) ซึ่งการสนับสนุนด้านอุปสงค์ ประกอบด้วย คูปองการศึกษา การส่งเสริมสุขภาพนักเรียน การสนับสนุนด้านอุปทาน ประกอบด้วย กองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคูปองเงินเดือนครู เงินค่าตอบแทนครู กองทุนพัฒนาผู้บริหาร ครูบุคลากรทางการศึกษา และการยกย่องเชิดชูเกียรติ ข้อเสนอแนะ ประกอบด้วย (1) ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ คือ ควรกำหนดให้การปฏิรูปการศึกษาเอกชนเป็นวาระแห่งชาติ เร่งดำเนินการออกกฎหมายและระเบียบกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้เอื้อต่อการให้การลงทุนด้านการศึกษาของเอกชน ควรมีการทดลองใช้รูปแบบ (Pilot Project) และควรพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของค่าใช้จ่ายทางการศึกษา (2) ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป ควรทำการวิจัยเพื่อพัฒนากลยุทธ์การสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| บรรณานุกรม | : |
วณิชชา ภัทรประสิทธิ์ . (2552). การพัฒนารูปแบบการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วณิชชา ภัทรประสิทธิ์ . 2552. "การพัฒนารูปแบบการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วณิชชา ภัทรประสิทธิ์ . "การพัฒนารูปแบบการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. วณิชชา ภัทรประสิทธิ์ . การพัฒนารูปแบบการสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
