ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

นิทานพื้นบ้าน" การฟื้นฟูทุนทางสังคม และวัฒนธรรมชุมชน กรณีศึกษาบ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : นิทานพื้นบ้าน" การฟื้นฟูทุนทางสังคม และวัฒนธรรมชุมชน กรณีศึกษาบ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
นักวิจัย : มณีรัตน์ จันทลักษณ์
คำค้น : การฟื้นฟู , จังหวัดยโสธร , ตำบลน้ำคำ , ทุนทางสังคม , นิทานพื้นบ้าน , บ้านคำสร้างช้าง , วัฒนธรรมชุมชน , อำเภอไทยเจริญ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53E0020 , http://research.trf.or.th/node/8293
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เชิงวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์ คุณค่า และ ความหมายของนิทานพื้นบ้านในบริบทท้องถิ่นปัจจุบัน 2) เพื่อศึกษาระบบความสัมพันธ์ของ โครงสร้างนิทานพื้นบ้านกับโครงสร้างสังคม 3) เพื่อศึกษากระบวนการรื้อฟื้นนิทานพื้นบ้าน และ ทุนทางสังคมของชุมชน และ 4) เพื่อศึกษาปัจจัย เงื่อนไข และผลการใช้นิทานพื้นบ้านเพื่อสร้าง กระบวนการเรียนรู้แก่เด็ก ส่วนวัตถุประสงค์เชิงพัฒนา คือ 1) เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เด็กแก่ เด็กโดยใช้นิทานพื้นบ้าน และ 2) เพื่ออนุรักษ์ และสืบทอดนิทานพื้นบ้านไม่ให้สูญหาย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เด็กนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 (ป. 1-3) โรงเรียนบ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร จำนวน 52 คน เพราะเป็นกลุ่มที่มีความสนใจสั้นๆ แต่ การฟังนิทานจะสนใจและน่าจะสนุกกับการเรียนรู้ และเป็นกลุ่มที่ผูวิ้จัยมองว่าการอบรมขัดเกลา เด็กควรเริ่มตั้งแต่ยังเล็ก และผู้เฒ่าผู้แก่ และผู้ปกครองของเด็กในชุมชน พื้นที่การศึกษา คือ บ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) มี 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 ระยะเตรียมการ ได้แก่ การศึกษาและทบทวน เอกสารแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การคัดเลือกพื้นที่และประชากรกลุ่มเป้าหมาย การสำรวจชุมชน และการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ระยะที่ 2 ระยะดำเนินการวิจัย ได้แก่ การกำหนดปัญหา ร่วมกับชุมชน การออกแบบการวิจัยและการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอ ข้อมูลต่อชุมชน และ ระยะที่ 3 ระยะสรุปและประเมินผล ได้แก่ การวางแผนการดำเนินงาน การปฏิบัติตามแผน การการอบรมเพิ่มพูนความรู้แก่ผู้ร่วมวิจัย การติดตามประเมิน และการ นำเสนอผลการวิจัย ผลการศึกษาพบว่า 1. จากครัวเรือนที่ศึกษาจำนวน 135 ครัวเรือน มี 51 ครัวเรือน มีการเล่านิทานน้อย กว่าเดือนละ 1 ครั้ง เล่าสัปดาห์ละ 3-5 ครั้งจำนวน 12 หลังคาเรือน เล่านิทานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งจำนวน 9 หลังคาเรือน และไม่มีการเล่านิทานเลยจำนวน 63 หลังคาเรือน เมื่อเปรียบเทียบ กับอดีตพบว่าข้อมูลความถี่ห่างในการเล่านิทานไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่ต่างกันคือโอกาสใน ข การเล่าและฟังนิทานมีมากกว่าปัจจุบัน ผู้เล่าจะมีบทบาทและมีความสำคัญสามารถกำหนด เงื่อนไขในการฟังได้ เช่น “ให้เด็กตักน้ำใส่โอ่งให้เต็มก่อนจึงจะเล่านิทานให้ฟัง” “บีบนวดแลกกับ การฟังนิทาน” “ไผเว้าบ่ฟังความสิบ่เล่านิทานสู่ฟัง” รวมถึงการใช้นิทานในการอบรมสั่งสอน ส่วนนิทานที่ยังเล่าในชุมชนมีจำนวน 74 เรื่องโดยจัดเป็นประเภทได้ 10 ประเภทดังนี้ 1) นิทานคติสอนใจจำนวน 16 เรื่อง 2) นิทานมุขตลกจำนวน 14 เรื่อง 3) นิทานเรื่องสัตว์จำนวน 11 เรื่อง 4) นิทานอธิบายสาเหตุจำนวน 10 เรื่อง 5) นิทานปรัมปราจำนวน 9 เรื่อง 6) นิทานชีวิต จำนวน 6 เรื่อง 7) นิทานมหัศจรรย์จำนวน 3 เรื่อง 8) นิทานเรื่องผีจำนวน 3 เรื่อง 9) นิทานชาดก จำนวน 2 เรื่อง 10) นิทานประจำถิ่นจำนวน 1 เรื่อง พบภูมิปัญญาเรื่องนิทานจำนวน 41 คน 2. บทบาทและความสัมพันธ์ของนิทานที่มีต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชนบ้าน คำสร้างช้าง โดยแยกเป็นประเด็นออกเป็น 4 ประเด็น ได้แก่ 2.1 นิทานกับการถ่ายทอดความเชื่อและพิธีกรรม 2.2 นิทานกับการอบรมสั่งสอน 2.3 นิทานกับการสร้างเอกลักษณ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 2.4 นิทานการเป็นทางออกของกฎเกณฑ์ทางสังคม 3. ความสัมพันธ์ของโครงสร้างนิทานพื้นบ้านกับโครงสร้างสังคมอีสาน บ้านคำสร้างช้าง มีความเชื่อและพิธีกรรมในการนับถือผีปู่ตา หลักบ้าน ผู้คนที่เข้ามาอาศัยในหมู่บ้านก็ต้องยึดถือ ปฏิบัติด้วยเช่นกัน มีความเชื่อต่อการดำเนินชีวิตให้มีความผาสุกและเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้นแก่ ครอบครัวและหมู่บ้าน จึงมีการประกอบพิธีกรรม ร่วมทำบุญตามประเพณีทางพุทธศาสนาด้วย ทุกๆเดือน ในแต่ละรอบปีจึงมีการจัดงานบุญ งานประเพณีเป็นประจำ และมีการเซ่นไหว้บูชาสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่สืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจต่อการดำรงชีวิต 4. กระบวนการรื้อฟื้นนิทานพื้นบ้าน ใช้รูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสมและน่าสนใจ โดย มีฝึกวิเคราะห์เนื้อหานิทาน ,อบรม ทักษะการเล่านิทาน, อบรมหุ่นละครมือ,การเขียนนิทาน การ วาดภาพประกอบนิทาน จัดทำหนังสือนิทานวาดภาพประกอบ,ผลิตวีดีทัศน์ 5. ปัจจัย เงื่อนไข และผลการใช้นิทานพื้นบ้านเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้แก่เด็ก ใน การสร้างกระบวนการเรียนรู้โดยใช้นิทานต้องใช้ครอบครัว ประเพณี พิธีกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน การ ถ่ายทอด สั่งสอน และต้องมีกระบวนการเสริม กระตุ้นบ่อยๆ ที่สำคัญคือให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ทั้งในการออกแบบสิ่งที่เขาอยากเรียนรู้ และมีบทบาทในงานประเพณี หรือพิธีกรรมเพื่อเป็นการ ปลูกฝังด้วย และมีการจัดกิจกรรมหนุนเสริมในโรงเรียนเป็นระยะ -

บรรณานุกรม :
มณีรัตน์ จันทลักษณ์ . (2556). นิทานพื้นบ้าน" การฟื้นฟูทุนทางสังคม และวัฒนธรรมชุมชน กรณีศึกษาบ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มณีรัตน์ จันทลักษณ์ . 2556. "นิทานพื้นบ้าน" การฟื้นฟูทุนทางสังคม และวัฒนธรรมชุมชน กรณีศึกษาบ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มณีรัตน์ จันทลักษณ์ . "นิทานพื้นบ้าน" การฟื้นฟูทุนทางสังคม และวัฒนธรรมชุมชน กรณีศึกษาบ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
มณีรัตน์ จันทลักษณ์ . นิทานพื้นบ้าน" การฟื้นฟูทุนทางสังคม และวัฒนธรรมชุมชน กรณีศึกษาบ้านคำสร้างช้าง ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.