| ชื่อเรื่อง | : | นางอัปสรในวรรณคดีสันสกฤต |
| นักวิจัย | : | อุไร นาลิวันรัตน์ |
| คำค้น | : | วรรณคดีสันสกฤต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2522 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19738 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522 วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นผลงานวิจัย เรื่องนางอัปสรในวรรณคดีสันสกฤตตามความเชื่อของกวีอินเดีย ข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ผู้วิจัยได้รวบรวมจากคัมภีร์ฤคเวท ศตปถพรามหมณะ มหาภารตะ รามายณะ และคัมภีร์ปุราณะต่าง ๆ ในสมัยพระเวทนั้น นางอัปสรเป็นบุคลาธิษฐานแห่งปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ ลักษณะดังกล่าวมานี้ค่อยเปลี่ยนแปลงไป และปรากฏว่า เมื่อถึงสมัยกาพย์และปุราณะ นางอัปสรจะมีลักษณะเหมือนมนุษย์ มีชีวิตจิตใจ มีความสวยงามอย่างมนุษย์ แต่นางก็ยังเป็นบุคคลในเทพนิยาย คือ มีอำนาจเหนือมนุษย์ นามมีบทบาทเกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์อยู่บ้าง โดยที่นางต้องมามีความสัมพันธ์ทางเพศกับมนุษย์หรือฤษีบางตน และหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรแล้ว นางก็จะกลับคืนไปสู่แดนของนางเองอีกครั้งหนึ่งวิทยานิพนธ์นี้ ได้แบ่งออกเป็น 5 บท บทที่ 1 เป็นบทนำ บทที่ 2 กล่าวถึงความเป็นมาของนางอัปสร ตลอดจนการแบ่งประเภทของนางอัปสร เป็นประเภทไทวิกะละเลากิกะ บทที่ 3 กล่าวถึงลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างนางอัปสรกับบุคคลที่นางเกี่ยวข้องด้วย ทั้งในฐานที่นางเป็นลูก เป็นบริวาร และเป็นภรรยา ตลอดจนผู้ที่นางเกี่ยวข้องด้วย คือ เทวะ คนธรรพ์ อสูร และมนุษย์ บทที่ 4 กล่าวถึงนางอัปสรบางตนที่น่าสนใจ ทั้งประเภท ไทวิกะ ได้แก่ อุรวศี ปรัมโลจา เมนกา ฆฤตาจี และนางอัปสรประเภท เลากิกะ ได้แก่ รัมภา ติโลตตมา อลัมพุษา และอทริกา บทที่ 5 เป็นบทสรุปและข้อเสนอแนะ |
| บรรณานุกรม | : |
อุไร นาลิวันรัตน์ . (2522). นางอัปสรในวรรณคดีสันสกฤต.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อุไร นาลิวันรัตน์ . 2522. "นางอัปสรในวรรณคดีสันสกฤต".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อุไร นาลิวันรัตน์ . "นางอัปสรในวรรณคดีสันสกฤต."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print. อุไร นาลิวันรัตน์ . นางอัปสรในวรรณคดีสันสกฤต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.
|
