| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงพยาบาลศิริราช |
| นักวิจัย | : | ทัศนีย์ ตัณฑประศาสน์ |
| คำค้น | : | โรงพยาบาลศิริราช -- การบริหารงานบุคคล , การบริหารงานบุคคล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วีกิจ วีรานุรัตติ์ , ณัฐดนัย อินทรสุขศรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2529 |
| อ้างอิง | : | 9745664448 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18828 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (พศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงหลักการวิธีการตลอดจนปัญ หาในการบริหารงานบุคคลของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นโรงพยาบางของรัฐบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ผลการศึกษาและวิจัยตามสมมติฐานพบว่า 1. การวางแผนกำลังคนไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ เพราะไม่มีงบประมาณในการว่าจ้างอัตรากำลังคนตามแผนที่จัดทำขึ้น 2. พนักงานในโรงพยาบาลได้รับการฝึกอบรมอย่างทั่วถึง เพราะได้รับการฝึกอบรมถึงร้อยละ 71.3 และจากรายละเอียดที่ได้พบว่า ทุกแผนกได้รับการฝึกอบรม ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้3. การจัดการด้านสวัสดิการของโรงพยาบาล ไม่สามารถสนองตามความต้องการของพนักงานได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากมีสวัสดิการบางประเภทยังมีข้อบกพร่องในการจัด ตลอดจนความไม่เพียงพอของอุปกรณ์ สถานที่ ซึ่งทำให้ไม่สามารถสนองตามความต้องการของพนักงานได้อย่างทั่วถึง จากการวิจัยสามารถสรุปข้อเสนอแนะได้ดังนี้ 1. ผู้บริหารระดับสูงควรเห็นความสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนกำลังคน และควรวางแผนกำลังคนระยะยาว เพื่อรองรับคนไข้ที่จะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี หากไม่สามารถของงบประมาณในการว่าจ้างอัตรากำลังคน เพื่อให้เป็นไปตามแผนก็ควรจัดหาเงินด้านอื่นมาจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้ างชั่วคราวขึ้นแทน เช่น อาจจะนำเงินรายได้ของโรงพยาบาลมาทำการว่าจ้างดังกล่าว ซึ่งจะมีผลทำให้ไม่ขาดแคลนบุคลากรในอนาคต 2. การสรรหาบุคคลเข้ารับราชการควรจะมีการปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ข่า วการรับสมัครงานให้กว้างขวางและทั่วถึงกันเพื่อให้ได้บุคคลที่จะมาสมัครจ ากแหล่งต่างๆ 3. การคัดเลือก งานด้านการคัดเลือกควรเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลโดยตรง และควรจะให้ผู้บังคับบัญชาตามสายงานเข้าร่วมในการคัดเลือก เพื่อจะได้พนักงานตามคุณสมบัติที่หน่วยงานนั้นๆต้องการ การปฐมนิเทศ โรงพยาบาลควรให้ความสำคัญในการปฐมนิเทศ โดยให้พนักงานใหม่ทุกคนได้รับการปฐมนิเทศ เพราะจะทำให้เกิดประโยชน์ในการทำงานและการประสานงานมากขึ้น การปฐมนิเทศควรให้มีเนื้อหาครอบคลุมถึงสิ่งที่พนักงานจำเป็นต้องทราบทั้ งหมดเพื่อจะทำงานได้อย่างดี 5. การฝึกอบรม ผู้บริหารระดับสูงควรให้การสนับสนุนอย่างจริงจังและเห็นถึงความสำคัญข องงานฝึกอบรม ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ อัตรากำลัง ควรมีการสำรวจหาความจำเป็นในการฝึกอบรม เพื่อพิจารณาวางโครงการและหลักสูตรในการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับคว ามจำเป็น นอกจากนี้ควรวางแผนงานฝึกอบรมทั้งในระยะสั้น และระยะยาวเพื่อให้การบริหารงานฝึกอบรมมีประสิทธิภาพ การเลื่อนขั้นเงินเดือนและตำแหน่ง จากการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เห็นว่ามีความยุติธรรมและเหมาะสมแล้ว ดังนั้นควรใช้แบบฟอร์มในการประเมินผลการปฏิบัติงานที่มีอยู่ และควรปรับปรุงให้มีหลักเกณฑ์มากขึ้นตามความจำเป็นและควรแจ้งให้พ นักงานทราบถึงหลักเกณฑ์นั้นๆ ผู้ประเมินควรมีมากว่า 1 คน คือ ผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ถูกประเมิน สวัสดิการ โรงพยาบาลจัดสวัสดิการไม่พอกับความต้องการ สวัสดิการที่ต้องการให้มีเพิ่มคือ รถรับ-ส่งบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาล 4. 6. 7. |
| บรรณานุกรม | : |
ทัศนีย์ ตัณฑประศาสน์ . (2529). การศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงพยาบาลศิริราช.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทัศนีย์ ตัณฑประศาสน์ . 2529. "การศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงพยาบาลศิริราช".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทัศนีย์ ตัณฑประศาสน์ . "การศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงพยาบาลศิริราช."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529. Print. ทัศนีย์ ตัณฑประศาสน์ . การศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงพยาบาลศิริราช. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2529.
|
