ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือและเทคนิคในการใช้สีสันลวดลายที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก บ้านพงจือนือเร๊ะ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือและเทคนิคในการใช้สีสันลวดลายที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก บ้านพงจือนือเร๊ะ
นักวิจัย : ดำรงค์ นะยะอิ
คำค้น : การใช้สี , ทักษะ , บ้านพงจือนือเร๊ะ , ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก , ลวดลาย , เทคนิค
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG50S0010 , http://research.trf.or.th/node/8028
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการ “แนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือและเทคนิคการใช้สีสันลวดลายที่เหมาะสมใน ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกของกลุ่มผ้าบาติกบ้านพงจือนือเร๊ะ ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา” มีวัตถุประสงค์การวิจัยอยู่ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาทักษะด้านการผลิต เทคนิค การใช้สีและสารที่ช่วยให้สีเกาะยึดกับเนื้อผ้าแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสมในผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก 2) เพื่อศึกษาและคิดค้นรูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกที่หลากหลาย บนพื้นฐานความต้องการของ ผู้บริโภคในท้องถิ่นอย่างมีเอกลักษณ์ 3) เพื่อกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการกลุ่มบาติก บ้านพงจือนือเร๊ะที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามและวัฒนธรรมท้องถิ่น และ 4) เพื่อรวบรวม องค์ความรู้ในเรื่องพัฒนาการเครื่องแต่งกาย ความเป็นมา และเส้นทางของผ้าบาติกจากวัฒนธรรม อินโดนีเซียถึงบ้านพงจือนือเร๊ะ ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา กระบวนการวิจัย เริ่มจากถอดบทเรียนกลุ่มผลิตผ้าบาติกบ้านพงจือนือเร๊ะในอดีตที่ผ่านมา และศึกษาประเด็นปัญหาที่จะนำมากำหนดเป็นประเด็นวิจัยร่วมกัน สืบค้นประวัติการแต่งกายของ ชุมชนในอดีตเพื่อที่จะสามารถประยุกต์ลวดลายจากเครื่องแต่งกายสมัยก่อน มาดัดแปลงเป็นลวดลาย บาติกของกลุ่มฯ ในปัจจุบันได้ ฝึกทักษะการผลิตผ้าบาติก เรียนรู้วิธีการขึงผ้าให้ตึง การจัดวาง ลวดลาย การวาดลวดลายอย่างง่าย ลงเทียนตามลวดลายที่ร่างไว้ เทคนิคการลงเทียน การทำเส้นสี การใช้น้ำยาซิลิเกต การนำไปต้มเพื่อนำเทียนออกจากเนื้อผ้า เรียนรู้วิธีการผสมสี การออกแบบ ลวดลาย การประยุกต์ใช้ผ้าบาติกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าคลุมศีรษะสตรีมุสลิม ผ้าปูโต๊ะ และชุดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายต่างๆ ศึกษาดูงานกลุ่มผลิตบาติก บ้านยะกัง ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สรุปบทเรียนการศึกษาดูงานเพื่อนำมาปรับใช้พัฒนากระบวนการผลิต และการบริหารจัดการของกลุ่มฯ และขยายผลสู่การถ่ายทอดความรู้การผลิตบาติกให้กับโรงเรียน ศรีฟารีดาบารูวิทยา ตำบลโกตาบารู อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ผลการวิจัย พบว่า ”บาติก” (Batik) หรือ “ปาเต๊ะ” มาจากคำว่า Ba = Art และ Tik = จุด จึงมี ความหมายว่าเป็นงานศิลปะบนผ้าที่มีลวดลายเป็นจุดด่างๆ แหล่งกำเนิดของผ้าบาติกมาจากไหนยัง ไม่เป็นที่ยุติ หลายคนเชื่อว่ามีในอินเดีย อียิปต์ หรือเปอร์เซียก่อน แล้วจึงแพร่หลายเข้าไปใน อินโดนีเซีย แต่บางคนก็ยังเชื่อว่าผ้าบาติกเป็นของดั้งเดิมของอินโดนีเซีย และยืนยันว่าศัพท์เฉพาะที่ เรียกวิธีการและขั้นตอนการทำผ้าบาติก เป็นศัพท์ภาษาอินโดนีเซีย ในคริสต์ศตวรรษที่12 ประชาชน ชวาได้ปรับปรุงวิธีการทำผ้าบาติก ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 การทำผ้าบาติกผูกขาดโดยสุลต่านและ ถือว่าการทำผ้าบาติกเป็นศิลปะในราชสำนัก เมื่อผ้าบาติกได้รับความนิยมมาก การผูกขาดโดย ครอบครัวสุลต่านก็สิ้นสุดลง ศิลปะการทำผ้าบาติกได้แพร่หลายไปสู่ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่19 เป็นต้นมา ได้มีการทำเครื่องหมายในการพิมพ์ผ้าบาติกโดยทำเป็น แม่พิมพ์โลหะทองแดง ซึ่งเรียกว่า “จั๊บ”(Cap) ทำให้สามารถผลิตผ้าบาติกได้รวดเร็วขึ้น ต้นทุนก็ถูกลง ข ความนิยมในการใช้ผ้าบาติกโดยเกาะชวา เมื่อก่อนใช้กันเฉพาะสตรีและเด็กเท่านั้น ต่อมาได้ ใช้เป็นเครื่องแต่งกายของหนุ่มสาวมี3 ชนิด คือ โสร่ง (Sarong) สลินดัง (Salindang) เป็นผ้าซึ่งใช้นุ่ง ทับกางเกงของบุรุษ อุเด็ง (Udeng) หรือผ้าคลุมศีรษะ ในประเทศไทยมีการทำผ้าบาติกลายพิมพ์เทียนมาก่อนในปี พ.ศ.2483 ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยสองสามี-ภรรยาชาวไทยเชื้อสายมลายูชื่อ นายแวมะ แวอาลี (ปัจจุบันท่านได้ ถึงแก่กรรม) และ นางแวเย๊าะ แวอาแด ในยุคแรกได้ผลิตเป็นผ้าคลุมหัวสไบไหล่ (Kain lepas) โดยใช้วิธีแกะสลักลวดลายบนมันเทศและมันสำปะหลังมาทำเป็นแม่พิมพ์ ต่อมาได้ผลิตในรูปแบบของ ผ้าโสร่งปาเต๊ะ (Batik Sarong) โดยใช้แม่พิมพ์โลหะที่ผลิตในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ปลายปี พ.ศ.2523 ประเทศไทยได้ถือกำเนิด “ผ้าบาติกลายเขียนเทียนระบายสี” (Painting Batik) ซึ่งเป็นผ้าติกที่เขียนลายเทียนด้วยจันติ้ง (Cantimg) ระบายสีลวดลายบนผืนผ้าทั้งผืนด้วยพู่กัน ไม่มีการย้อมสีโดยใช้สีREACTIVE DYES จากประเทศมาเลเซีย ผลิตในเยอรมันแล้วเคลือบกันสีตก ด้วยโซเดียมซิลิเกตเป็นสารกันสีตกแบบถาวร โดยนายเอกสรรค์ อังคารวัลย์ เป็นคนแรกที่ได้นำ วิธีการทำผ้าบาติกแบบระบายมาเผยแพร่วิธีการทำผ้าบาติกแนวใหม่นี้ วัฒนธรรมการแต่งกายของบ้านพงจือนือเร๊ะในนสมัยแรก ผู้หญิงจะนิยมสวมชุดบานง ซึ่งเสื้อ บานงในสมัยแรกๆ จะมีทรงสั้น มีสีสันลวดลายสวยงาม นิยมใช้ผ้าลายดอกและลายฉลุ สีสันจะสดใส ต่อมาได้พัฒนามาเป็นเสื้อบานงยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ส่วนผ้าโสร่ง จะนิยมนุ่งโสร่งที่สีทึบๆ เช่น สีกรมท่า น้ำเงิน เขียวแก่ สีดำ แดงเลือดหมู มีด้ายสีเงินปักเป็นลวดลายสวยงาม เรียกว่า ผ้าซอแก๊ะ ผ้าคลุมผม ส่วนมากจะใช้ผ้าลูกไม้โปร่ง สีอ่อน ลายดอก ลายฉลุ แต่บางคนไม่นิยมคลุมศีรษะแต่จะใช้ พาดบ่าแทน ต่อมาพัฒนาเป็นเสื้อกูรงยาวเลยหัวเข่า สวมคู่กับกระโปรงยาว สีและลายเดียวกัน ส่วนลวดลายของผ้าจะเป็นไปตามความนิยมของแต่ละยุค สำหรับการแต่งกายของผู้ชาย จะสวมผ้า โสร่งลวดลายสีสันสวยงาม สวมเสื้อคอกลมและมีผ้าคาดเอว การผลิตผ้าบาติกของกลุ่มผ้าบาติกพงจือนือเร๊ะ เริ่มจากการตัดผ้าและนำไปซักด้วยน้ำเปล่า เพื่อล้างเอาไขมันและสารต่างๆ ออกจากเนื้อผ้า แล้วนำไปตากให้แห้ง ขึงผ้ากับเฟรม เขียนลายตาม ต้องการ โดยเริ่มจากกึ่งกลางของผ้า ต้มเทียน โดยตั้งไฟอ่อนๆ เริ่มเขียนเทียน เสร็จแล้วตรวจดูว่ามี เทียนขาด เทียนบางเกินไปในส่วนไหนบ้าง การลงสีโดยผสมสีที่ต้องการใช้ลงสีตามต้องการ ลงส่วน ลายดอกให้เสร็จก่อนแล้วจึงลงสีพื้น ปล่อยให้สีแห้ง ลงซิลิเกต ทิ้งให้แห้ง ซักล้าง เติมโซดาไฟใน หม้อต้มน้ำพอประมาณ จนน้ำเดือด นำผ้าซักด้วยผงซักฟอกก่อน เพื่อล้างเอาซิลิเกตออก จึงนำผ้า ไปต้ม ซักอีกครั้ง ตากแดด หลักการใช้ซิลิเกรตเพื่อให้สีติดทนนาน อัตราส่วนที่ใช้คือโซเดียมซิลิเกต 1 ส่วนต่อน้ำ2 ส่วน แต่มีเทคนิคการผสมสำหรับผ้าต่างชนิดกัน โดยผ้าหนาจะผสมให้เหลวเพื่อให้ซึมผ่านลงไปได้ ผ้าบาง จะผสมให้ข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ไหลทะลุจนเปรอะ เช่น ผ้าฟูยีซึ่งเป็นผ้าไหมเนื้อบางจะผสมให้ข้น ผ้าฝ้ายเนื้อหนาจะผสมให้เหลว ลวดลายที่นำมาใช้ในการผลิตผ้าบาติกของกลุ่มฯ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ลาย เรขาคณิต ลายจากธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ และลายสัตว์ เช่น ปลา นก หอย (ไม่นิยมทำใน ชุมชนมุสลิม) ค การนำผ้าบาติกมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย การวาดลวดลายลงบนผืนผ้าจะ สัมพันธ์กับขนาดของผ้าและเป้าหมายที่จะนำไปดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วย ดังนี้ ผ้าเช็ดหน้า ขนาดผ้าอยู่ที่ 15 x 15 นิ้ว หรือ 12 x 12 นิ้ว ผ้าคลุมผมสตรีมุสลิม ขนาดผ้าอยู่ที่ 100 x 100 เซนติเมตร หรือ 110 x 110 เซนติเมตร ผ้าปูโต๊ะ ขนาดผ้าอยู่ที่ 54 นิ้ว x 1.5 หลา ผ้าชุด (เสื้อพร้อม กระโปรง) ขนาดผ้าอยู่ที่ 42 นิ้ว x 35 หลา ข้อตกลงภายในกลุ่มผ้าบาติกพงจือนือเร๊ะ คือ สมาชิกควรฝึกให้มีความเชี่ยวชาญและชำนาญ จนสามารถเป็นวิทยากรสอนคนอื่นได้ มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ภายในกลุ่มฯ ให้ชัดเจน คนที่เป็น ตัวแทนไปประชุมต้องกลับมารายงานให้ทางกลุ่มทราบทุกครั้ง เรื่องใหญ่ๆ ที่มีผลกระทบต่อสมาชิก จำเป็นต้องมีการประชุมชี้แจง ปรับความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกแต่ละคนภายใน กลุ่มฯ ห้ามมีการติเพื่อน ห้ามยกยอตัวเอง คิดคำนวณค่าตอบแทน คนเขียนลาย ลงเทียน ลงสี ลงซิลิเกต ซักผ้า ต้มผ้า ด้วยความเป็นธรรม ปันผลตามความสามารถของแต่ละคน แบ่งทีมทำงาน ออกเป็นสามกลุ่ม เพื่อสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาผลิตผ้าบาติก เป็นต้น -

บรรณานุกรม :
ดำรงค์ นะยะอิ . (2556). แนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือและเทคนิคในการใช้สีสันลวดลายที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก บ้านพงจือนือเร๊ะ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดำรงค์ นะยะอิ . 2556. "แนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือและเทคนิคในการใช้สีสันลวดลายที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก บ้านพงจือนือเร๊ะ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดำรงค์ นะยะอิ . "แนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือและเทคนิคในการใช้สีสันลวดลายที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก บ้านพงจือนือเร๊ะ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ดำรงค์ นะยะอิ . แนวทางการพัฒนาทักษะฝีมือและเทคนิคในการใช้สีสันลวดลายที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก บ้านพงจือนือเร๊ะ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.