| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความสัมพันธ์ของภาวะพหุสัณฐาน UGT1A4 142T>G และ UGT2B7 -161C>Tต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีนโดยวิธีทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากร |
| นักวิจัย | : | บราลี ปัญญาวุธโธ |
| คำค้น | : | lamotrigine , population pharmacokinetics , UGT1A4 polymorphisms , UGT2B7 polymorphisms , ความผันแปรทางพันธุกรรมของ UGT1A4 , ความผันแปรทางพันธุกรรมของ UGT2B7 , ลาโมทริจีน , เภสัชจลนศาสตร์ประชากร |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5480122 , http://research.trf.or.th/node/7724 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | นความผันแปรทางพันธุกรรมของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเมแทบอลิซึมของยาและปัจจัยที่ ไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอาจมีผลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีน ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีนและศึกษาผลของความผันแปรทางพันธุกรรมของยีน UGT1A4 และ UGT2B7 รวมถึงปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีน วิธีทดลอง: ในการศึกษานี้ทำการศึกษาภาวะพหุสัณฐานของยีน UGT1A4 142 T>G, UGT1A4 70C>T, UGT2B7 372A>G, UGT2B7 -161C>T โดยวิธี TaqMan Allelic Discrimination Assay วิเคราะห์ข้อมูล ระดับยาในเลือดเพื่อสร้างแบบจำลองเภสัชจลนศาสตร์ประชากรโดยใช้โปรแกรม NONMEM และทดสอบ แบบจำลองโดยวิธี bootstapping และ predictive check ผลการทดลอง: มีผู้ป่วยเข้าร่วมการวิจัยทั้งสิ้น 75 ราย โดยมีระดับยาในเลือดที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ หาแบบจำลองเภสัชจลนศาสตร์ประชากร 116 ค่า จากการศึกษาพบว่าการใช้ยาที่มีคุณสมบัติเหนี่ยวนำการ เมแทบอลิซึมของยาลาโมทริจีน การใช้ยา valproic acid ร่วมด้วย และ การมีภาวะพหุสัณฐานของ UGT2B7 -161C>T เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการขจัดยาลาโมทริจีน โดยพบว่าผู้ป่วยที่มียีน UGT2B7 -161CT หรือ UGT2B7 –161TT จะมีค่าการขจัดยาต่ำกว่าผู้ที่มียีน UGT2B7 -161CC 18% สรุปละวิจารณ์ผลการทดลอง: จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าทั้งความผันแปรทางพันธุกรรมและปัจจัยที่ ไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมมีผลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีน ดังนั้นจึงควรมีการพิจารณาปัจจัย ต่างๆเหล่านี้ในการปรับขนาดยาลาโมทริจีนในผู้ป่วยและสมการที่ได้จากการศึกษานี้สามารถนำไป ประยุกต์ใช้ในการปรับขนาดยาลาโมทริจีนได้ ข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคต: เนื่องจากการวิจัยนี้มีจำนวนผู้ป่วยเข้าร่วมการวิจัยน้อย จึงอาจ ไม่สามารถเห็นผลของภาวะพหุสัณฐานของ UGT1A4 ต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีน ดังนั้นจึงควรมี การศึกษาในประชากรจำนวนมากต่อไป Objectives: A high inter-individual variability in the pharmacokinetics of lamotrigine has been observed. Lamotrigine is primarily metabolized by UGT1A4 and UGT2B7, both of which show genetic polymorphisms. Both genetic and non-genetic factors may influence the pharmacokinetics of lamotrigine. The aim of this study were to determine the pharmacokinetic parameters of lamotrigine and to investigate the effect of genetic variants of UGT1A4 and UGT2B7 and various non-genetic factors on its pharmacokinetics. Methods: Four single nucleotide polymorphisms (SNPs; UGT1A4 142 T>G, UGT1A4 70C>T, UGT2B7 372A>G, UGT2B7 -161C>T) were identified using the TaqMan Allelic Discrimination Assay. Data were analyzed using NONMEM. Model evaluation was performed using the bootstrap approach and predictive check. Results: A total of 116 samples were obtained from 75 patients and included in the population analysis. The use of enzyme inducers, valproic acid, and the UGT2B7-161C>T SNP were found to significantly influence lamotrigine apparent clearance (CL/F). Lamotrigine CL/F in patients carrying the UGT2B7 -161 CT or TT was 18% lower than that in patients carrying the UGT2B7 -161 CC. Discussion and conclusion: Both genetic and non-genetic factors were found to influence lamotrigine pharmacokinetics. These factors should be considered when determining lamotrigine dosing. The model presented here could be useful for lamotrigine dose adjustment in clinical practice. Suggestion for future study: Due to a small number of patients enrolled in this study, the influence of UGT1A4 polymorphisms on the pharmacokinetics of lamotrigine cannot be determined. Therefore, the influence of UGT1A4 polymorphisms on lamotrigine pharmacokinetics should be further investigated in a larger study. |
| บรรณานุกรม | : |
บราลี ปัญญาวุธโธ . (2557). การศึกษาความสัมพันธ์ของภาวะพหุสัณฐาน UGT1A4 142T>G และ UGT2B7 -161C>Tต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีนโดยวิธีทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากร.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. บราลี ปัญญาวุธโธ . 2557. "การศึกษาความสัมพันธ์ของภาวะพหุสัณฐาน UGT1A4 142T>G และ UGT2B7 -161C>Tต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีนโดยวิธีทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากร".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. บราลี ปัญญาวุธโธ . "การศึกษาความสัมพันธ์ของภาวะพหุสัณฐาน UGT1A4 142T>G และ UGT2B7 -161C>Tต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีนโดยวิธีทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากร."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. บราลี ปัญญาวุธโธ . การศึกษาความสัมพันธ์ของภาวะพหุสัณฐาน UGT1A4 142T>G และ UGT2B7 -161C>Tต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยาลาโมทริจีนโดยวิธีทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
