| ชื่อเรื่อง | : | กิจกรรมการเรียนและการสอนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | จิตต์นิภา ภักดีชุมพล |
| คำค้น | : | ภาษาไทย -- การศึกษาและการสอน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ประภาศรี สีหอำไพ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2516 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18176 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2516 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของโรงเรียนสาธิตที่กำลังก้าวหน้าทางการสอนภาษาไทย และเทคนิคการสอนภาษาไทยที่กำลังใช้และทดลองอยู่ ตลอดจนต้องการทราบผลสำเร็จทางการสอนภาษาไทย เพื่อเป็นแนวทางเป็นตัวอย่างแก่โรงเรียนอื่นๆ ในการปรับปรุงการสอน เช่น วิธีดำเนินการสอน การใช้อุปกรณ์การจัดกิจกรรมในห้องเรียน กิจกรรมเสริมหลักสูตรและการวัดผล เป็นต้น2. เพื่อศึกษาทัศนคติของครูและนักเรียนที่มีต่อภาษาไทย และต้องการทราบปัญหาที่ประสบในการเรียนการสอน 3. ต้องการทราบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ปัญหาอุปสรรคในการจัดกิจกรรม วิธีสอนที่ได้ผลดี กิจกรรมที่ใช้บ่อยที่สุด และ กิจกรรมชนิดใดใช้น้อยที่สุด วิธีดำเนินงานวิจัย ใช้แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเองเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม ทัศนคติ และปัญหาในการจัดกิจกรรมภาษาไทย โดยใช้สัมภาษณ์แบบมีแบบแผนประกอบเครื่องบันทึกเสียงครูภาษาไทย และแบบสอบถามนักเรียนโรงเรียนสาธิต ตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัยนี้ได้แก่ สัมภาษณ์ครูภาษาไทยทั้งหมด จำนวน 21 คน และสุ่มตัวอย่าง นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 5 โรงเรียนๆ ละ 60 จำนวนทั้งหมด 296 คน หญิง 169 คน ชาย 127 คน โรงเรียนที่เป็นตัวอย่างประชากรมี 5 โรงเรียน คือ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูสวนสุนันทา และ โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ค่าทางสถิติจำนวนร้อยละของจำนวนครูและนักเรียนโรงเรียนสาธิตทั้งหมด และการคิดค่าเฉลี่ยของการจัดกิจกรรมของครูและนักเรียนพบว่าทั้งครูและนักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย ตลอดจนเห็นประโยชน์ของการจัดกิจกรรมในหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตร ในด้านผลสำเร็จของการจัดกิจกรรมของครูอยู่ในระดับเฉลี่ยปานกลาง ด้านวิธีดำเนินการสอน ใช้สอนแบบค้นคว้า สอนภาษาไทยให้สัมพันธ์กับวิชาอื่น เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นและพิจารณาภาษาจากสื่อมวลชนมาใช้ในบทเรียนตลอดจนมีวิธีการสอนแบบใหม่ คือ การฝึกอัดเสียงลงเทปแล้วแก้ไขการพูดการอ่านและใช้ห้องปฏิบัติการทางภาษาบ้างเล็กน้อย สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ คือ หนังสือประกอบแผ่นเสียง สมุดภาพ และภาพซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ครูใช้มากแต่นักเรียนเห็นว่าใช้ประโยชน์ได้น้อย ส่วนการวัดผลครูใช้เมื่อจบบทเรียนหนึ่งๆ เป็นข้อสอบแบบอัตนัยและปรนัย ในด้านกิจกรรมในห้องเรียน กิจกรรมที่นิยมจัดมากที่สุด คือ การฝึกอ่านในใจ อ่านทำนองเสนาะ การแสดงบทบาท รายงาน สัมภาษณ์ อภิปราย โต้วาที ส่วนกิจกรรมที่จัดน้อยที่สุด ได้แก่ เชิญวิทยากรมาบรรยาย สำหรับกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่จัดมีทั้งกิจกรรมนอกชั้นเรียนและชุมนุมภาษาไทย กิจกรรมชุมชนภาษาไทยที่จัดมากได้แก่การฟังปาฐกถา อภิปราย โต้วาที และทัศนศึกษา ในด้านเทคนิคการสอนภาษาไทยจากโรงเรียนสาธิต 5 โรงเรียนนั้น มีโครงการและวิธีสอนใหม่ๆ 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งโครงการใหม่ๆ มีทั้งหมด 18 โครงการ เป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จแล้ว 9 โครงการ เช่น โครงการสะกดคำ โครงการเสริมทักษะการฟังโครงการคัดลายมือ เป็นต้น และที่กำลังทดลองอยู่อีก 9 โครงการ เช่น โครงการทำแบบทดสอบมาตรฐาน และผลของการสัมภาษณ์วิธีสอนใหม่ๆ ในการจัดกิจกรรมที่ได้ผลดีและได้รับผลสำเร็จ มีทั้งหมด 21 กิจกรรม เช่น การเล่นเกมส์ในการสอนวรรณยุกต์การแข่งขันแต่งสักวาดดอกสร้อยประกอบการรำวง การทายปัญหาเชิงหลักทางภาษาไทยและการฟังเทปจากเพลงเพื่อฝึกจินตนาการ เป็นต้น เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ มีนักเรียนสาธิตที่ทีปัญหาด้านตัวสะกดผิดมาก วางวรรณยุกต์ไม่ถูกต้อง ลายมือไม่สวยถึงร้อยละ 95.24 ในด้านปัญหาที่สำคัญในการจัดกิจกรรมของครู คือ ไม่ทราบว่าจะจัดกิจกรรมอะไรดี นอกจากนี้ยังมีปัญหาในด้านแบบเรียน เนื้อหาซ้ำซ้อน แบบเรียนวรรณคดีล้าสมัยในด้านสำนวนโวหาร และบางเรื่อง มุ่งสร้างทัศนคติทางหนึ่ง แต่ทำลายทัศนคติอีกทางหนึ่งแก่นักเรียนและชุมนุมภาษาไทยมีปัญหาทางด้านนักเรียน เวลาและการเงิน ข้อเสนอแนะของครู คือครูควรเพิ่มเติมความรู้อยู่เสมอ และนักเรียนเสนอแนะให้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับบทเรียนให้มากๆ สำหรับผู้วิจัยมีความเห็นว่าในการจัดกิจกรรมการสอนให้มีประสิทธิภาพนั้น ครูนักเรียน ผู้บริหารต้องเข้าใจ และมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน ร่วมมือกันทุกฝ่ายในการจัดกิจกรรมโดยต้องวางแผนล่วงหน้า ครูมีความคิดสร้างสรรค์ในด้านกิจกรรมและนักเรียนควรช่วยเสนอความคิดเห็นในการปรับปรุงวิธีจัดกิจกรรมให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน เพื่อเป็นแนวทางปรับปรุงกิจกรรมภาษาไทยต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
จิตต์นิภา ภักดีชุมพล . (2516). กิจกรรมการเรียนและการสอนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิตต์นิภา ภักดีชุมพล . 2516. "กิจกรรมการเรียนและการสอนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิตต์นิภา ภักดีชุมพล . "กิจกรรมการเรียนและการสอนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2516. Print. จิตต์นิภา ภักดีชุมพล . กิจกรรมการเรียนและการสอนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2516.
|
