| ชื่อเรื่อง | : | ทรรศนะเรื่องความหลุดพ้นในปรัชญาอินเดีย |
| นักวิจัย | : | นวนิต ประถมบูรณ์ |
| คำค้น | : | ปรัชญาอินเดีย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุนทร ณ รังษี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2520 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17697 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520 โมกษะหรือความหลุดพ้นเป็นลักษณะร่วมที่สำคัญอย่างหนึ่งของปรัชญาอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาสายอาสติกะที่ยอมรับความถูกต้องและความศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์พระเวท หรือปรัชญาสายนาสติกะที่ไม่ยอมรับความถูกต้องและความศักดิ์สิทธิ์ของพระเวท ต่างมีความหลุดพ้นหรือโมกษะเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางด้วยกันทั้งสิ้น ยกเว้นปรัชญาจารวากระบบเดียวที่ไม่ได้ถือว่าเป็นโมกษะเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของชีวิต จึงไม่ได้เน้นเรื่องนี้เหมือนปรัชญาอินเดียระบบอื่นๆ ความหลุดพ้นในปรัชญาอินเดียหมายถึงความหลุดพ้นจากทุกข์และเข้าถึงภาวะที่เป็นความสุขนิรันดร ทุกระบบของปรัชญาอินเดียเห็นว่าชีวิตที่ดำเนินไปตามธรรมชาติของมนุษย์เป็นการวนเวียนอยู่ในความทุกข์ ความสุขที่แม้จะมีความสุขในการดำเนินชีวิตตามธรรมชาติก็หาได้เป็นความสุขที่ยั่งยืนควรแก่การปรารถนาไม่ ปรัชญาอินเดียทุกระบบจึงสอนให้มนุษย์มุ่งแสวงหาความสุขที่แท้จริง ซึ่งความสุขเช่นนี้จะมีได้ก็ เฉพาะในภาวะแห่งโมกษะที่หลุดพ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเท่านั้น แนวความคิดเกี่ยวกับความหลุดพ้นที่เรียกว่าโมกษะในปรัชญาอินเดียเริ่มปรากฏมีขึ้นในปรัชญาพระเวท แต่ยังไม่ชัดเจน มาปรากฏชัดเจนในฐานะเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิตอย่างแท้จริงในปรัชญาอุปนิษัท ซึ่งได้พูดถึงสิ่งสัมบูรณ์หรือพรหมันหรืออาตมันว่าเป็นที่มาของสรรพสิ่ง มนุษย์มีสารัตถะของชีวิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสิ่งสัมบูรณ์นั้น ความหลุดพ้นของมนุษย์จึงอยู่ที่การทำความรู้แจ้งเกี่ยวกับธรรมชาติอันแท้จริงของตนเองให้เกิดขึ้น ความรู้แจ้งนี้จะขจัดความหลงผิดอันเป็นสาเหตุแห่งความติดข้องให้ปลาสนาการไปโดยสิ้นเชิง ปรัชญาอินเดียสายอาสติกะอันได้แก่ระบบทั้งหก คือ นยายะ ไวเศษิกะ สางขยะ โยคะ มีมามสา และเวทานตะ แม้จะยอมรับความถูกต้องและความศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์พระเวท และสืบแนวความคิดมาจากปรัชญาอุปนิษัท แต่ระบบเหล่านี้ก็ได้พัฒนาหลักปรัชญาเรื่องโมกษะและวิธีการเข้าถึงโมกษะไปตามทรรศนะของตน จึงมีเพียงหลักใหญ่ๆเกี่ยวกับโมกษะเท่านั้นที่คล้ายคลึงกัน ส่วนในรายละเอียดปลีกย่อยแต่ละระบบก็มีทรรศนะเป็นของตนเองที่แตกต่างกันมากพอควร ในสายนาสติกะมีปรัชญาที่สำคัญอยู่ 3ระบบ คือ ปรัชญาจารวาก ปรัชญาเซน และพุทธปรัชญา ทั้ง 3 ระบบนี้ปรัชญาจารวากปฏิเสธโมกษะแบบที่ปรัชญาระบบอื่นๆเชื่อถือทั้งหมด ถือว่าความตายเป็นโมกษะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องแสวงหา ส่วนปรัชญาเซนและพุทธปรัชญาถือว่า โมกษะเป็นความหลุดพ้นจากทุกข์ตลอดไป เช่นเดียวกับปรัชญาอินเดียระบบอื่น แต่เนื่องจากปรัชญาเซนและพุทธปรัชญาเป็นอเทวนิยม โมกษะของทั้งสองระบบนี้จึงแตกต่างจากของปรัชญาสายอาสติกะทั้งหมด ในวิทยานิพนธ์นี้ นอกจากจะได้แสดงให้เห็นว่าระบบต่างๆของปรัชญาอินเดียได้มีทรรศนะเกี่ยวกับความหลุดพ้นและวิธีปฏิบัติเพื่อเข้าถึงความหลุดพ้นว่าอย่างไรแล้ว ผู้เขียนยังได้พยายามเปรียบเทียบให้เห็นด้วยว่า แนวความคิดเรื่องนี้ของระบบนั้นๆเหมือนกันและแตกต่างกันในแง่ใดบ้าง |
| บรรณานุกรม | : |
นวนิต ประถมบูรณ์ . (2520). ทรรศนะเรื่องความหลุดพ้นในปรัชญาอินเดีย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นวนิต ประถมบูรณ์ . 2520. "ทรรศนะเรื่องความหลุดพ้นในปรัชญาอินเดีย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นวนิต ประถมบูรณ์ . "ทรรศนะเรื่องความหลุดพ้นในปรัชญาอินเดีย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520. Print. นวนิต ประถมบูรณ์ . ทรรศนะเรื่องความหลุดพ้นในปรัชญาอินเดีย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2520.
|
