ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบการให้และการจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูลของบริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบการให้และการจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูลของบริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : นพดล จรัสศรี
คำค้น : การบริหารงานบุคคล
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุธี เอกะหิตานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2522
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18427
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522

บริษัทการค้ามีบทบาทความสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศในด้านการบริการสังคมด้วยกิจกรรมทางการตลาด กล่าวคือ การนำสินค้าจากแหล่งผลิตมาสู่ผู้บริโภคโดยอาศัยพนักงานเป็นกลไก พนักงานจึงเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และในบรรดาวิธีการบำรุงรักษาพนักงานไว้ในการทำงานของบริษัทนั้น การจัดให้สวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลแก่พนักงานเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายวิธีหนึ่งทั้งในวงการบริหารงานบุคคลของทางราชการและธุรกิจเอกชน เพราะฉะนั้นวิทยานิพนธ์นี้จึงมุ่งศึกษาการจัดให้สวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลแก่พนักงานในบริษัทการค้าว่าทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์การ การศึกษาวิจัยได้กระทำโดยการออกแบบสอบถามไปยังบริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิจัย 4 ประการคือ ก. เพื่อเปรียบเทียบสิ่งที่บริษัทการค้าชั้นนำจัดให้แก่พนักงานกับสิ่งที่กฎหมายกำหนด ข. เพื่อเปรียบเทียบจำนวนเงินค่าใช้จ่ายและอัตราส่วนของจำนวนเงินนี้กับค่าตอบแทนแรงงานทั้งหมดกับสถิติอย่างเดียวกับของต่างประเทศ ค. เพื่อลำดับความคาดหวังผลตอบแทนจากการจัดให้สิ่งดังกล่าว ง. เพื่อแสดงแบบจำลองการจัดให้สวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลที่บริษัทการค้าควรปฏิบัติเพื่อความเหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน จากการศึกษาวิจัยพบว่าบริษัทการค้าที่ร่วมในการสำรวจครั้งนี้จัดให้สวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลแก่พนักงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีหลายประการที่กฎหมายมิได้กำหนด แต่บริษัทการค้าเหล่านี้มีโครงการจัดให้แก่พนักงานอย่างกว้างขวางเป็นต้นว่าบริการพนักงานประเภทต่างๆ ประโยชน์ที่เป็นตัวเงินโดยตรงและการให้เวลาว่างเว้นจากงานเพิ่มขึ้นเพียงเมื่อปีการเงิน 2521 ที่เพิ่งผ่านมา บริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลพนักงานโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณคนละ 11,787 บาท หรือเดือนละเกือบ 1,000 บาทต่อคน อัตราส่วนของค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับพนักงานเป็นร้อยละ 19.0 ต่ำกว่าสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกาแม้เพียงเมื่อปี พ.ศ.2518 ซึ่งเป็นสถิติล่าสุดเท่าที่ค้นคว้าจากตำรามาได้ ผลการจัดลำดับความคาดหวังผลตอบแทนจากการจัดให้สวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลแก่พนักงานปรากฏว่า วัตถุประสงค์เพื่อการใช้แรงงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นประการแรก ถัดมาคือเพื่อการแรงงานสัมพันธ์ที่ดี เพื่อเป็นหลักประกันและทางก้าวหน้าของพนักงานในการทำงานกับบริษัท เพื่อการจ่ายค่าแรงงานทางอ้อม และเพื่อการประชาสัมพันธ์บริษัทอย่างหนึ่งเป็นลำดับ และโดยอาศัยข้อมูลต่างๆจากการศึกษาวิจัย ผู้เขียนได้สร้างแบบจำลองบริษัทการค้าและแบบอย่างการจัดให้สวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลแก่พนักงานตามความเหมาะสมแก่สภาพการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน

บรรณานุกรม :
นพดล จรัสศรี . (2522). การศึกษาเปรียบเทียบการให้และการจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูลของบริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพดล จรัสศรี . 2522. "การศึกษาเปรียบเทียบการให้และการจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูลของบริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพดล จรัสศรี . "การศึกษาเปรียบเทียบการให้และการจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูลของบริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print.
นพดล จรัสศรี . การศึกษาเปรียบเทียบการให้และการจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการ และผลประโยชน์เกื้อกูลของบริษัทการค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.