ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การริดรอนสิทธิทางการเมืองและโทษทางอาญา : ศึกษากรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การริดรอนสิทธิทางการเมืองและโทษทางอาญา : ศึกษากรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
นักวิจัย : ธงทอง นิพัทธรุจิ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อภิรัตน์ เพ็ชรศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17509
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 27 ข้อ 3 ลงวันที่ 30 กันยายน 2549 เป็นกฎหมายที่มีผลย้อนหลัง ในการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแก่กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรค โดยที่มิต้องคำนึงถึงเวลาที่ได้กระทำผิด ทั้งนี้ในปีพุทธศักราช 2550 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญในคำวินิจฉัยที่ 3-5/2550 ได้อาศัยประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับดังกล่าว ทำคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองไทยรักไทยและมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแก่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบ จำนวน 111 คน และในคำวินิจฉัยนี้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้ตัดสินว่า “มาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง” มิใช่โทษในทางกฎหมายอาญาและสามารถบังคับใช้ให้มีผลย้อนหลังเป็นโทษได้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ต้องการพิสูจน์ ว่า “มาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง” นั้น ควรถือว่าเป็นสภาพบังคับทางอาญา และเมื่อมีการแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายอาญาแล้ว การลงโทษทัณฑ์ทางอาญาที่มีมาตรการทางอาญาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง รวมอยู่ด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า เพียงแต่ที่จะใช้“มาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง” ในรูปแบบของสภาพบังคับตามกฎหมายรูปแบบอื่น จากการศึกษาวิจัย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้พบว่า มาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งที่ใช้อยู่ในประเทศไทยมีลักษณะเป็นการจำกัดตัดสิทธิพื้นฐานของปวงชนชาวไทย ซึ่งมาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนี้ ได้เริ่มต้นมีขึ้นในรูปแบบของสภาพบังคับทางอาญา ในครั้งที่ประเทศไทยเริ่มต้นมีกระบวนการทางประชาธิปไตยโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสนับสนุน มาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในครั้งนั้นใช้เป็นบทลงโทษในทางกฎหมายอาญาเพื่อตอบโต้ต่อการกระทำที่เป็นภยันตรายต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยของประเทศไทย และได้บัญญัติไว้ในพระราช บัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งของประเทศไทย นับแต่ปีพุทธศักราช 2475 จนถึงฉบับปัจจุบัน โดยได้บัญญัติให้มาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนี้เป็นบทลงโทษควบคู่กับโทษจำคุกและปรับในทางกฎหมายอาญาแก่การกระทำความผิดทางอาญาข้อหาความผิดเดียวกัน โทษจำคุก ปรับ และมาตรการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น ถือได้ว่า มีลักษณะเป็นการโต้ตอบต่อการกระทำความผิด ที่จัดว่าเป็นอาชญากรรมที่กระทำต่อกระบวนการทางประชาธิปไตยของชาติ ที่ต้องด้วยวัตถุประสงค์การลงโทษเพื่อแก้แค้นตอบแทนความเสียหายที่ผู้กระทำความผิดได้กระทำลงแล้วต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นความสาสมต่อการกระทำอาชญากรรม เพราะเป็นการลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด ให้ต้องถูกตัดสิทธิขั้นพื้นฐานมิให้มีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งยังสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการลงโทษทางกฎหมายอาญาเพื่อข่มขู่และตัดโอกาสมิให้กระทำความผิดอีกด้วย

บรรณานุกรม :
ธงทอง นิพัทธรุจิ . (2552). การริดรอนสิทธิทางการเมืองและโทษทางอาญา : ศึกษากรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธงทอง นิพัทธรุจิ . 2552. "การริดรอนสิทธิทางการเมืองและโทษทางอาญา : ศึกษากรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธงทอง นิพัทธรุจิ . "การริดรอนสิทธิทางการเมืองและโทษทางอาญา : ศึกษากรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
ธงทอง นิพัทธรุจิ . การริดรอนสิทธิทางการเมืองและโทษทางอาญา : ศึกษากรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.