| ชื่อเรื่อง | : | หน้าที่ทางจริยธรรมของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ |
| นักวิจัย | : | เนื่องน้อย บุณยเนตร |
| คำค้น | : | จริยธรรม , การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปรีชา ช้างขวัญยืน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2526 |
| อ้างอิง | : | 9745618994 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17767 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526 วิทยานิพนธ์นี้มีจุดมุ่งหมายที่จะพิจารณา การให้เหตุผลเกี่ยวกับหน้าที่ทางจริยธรรมของมนุษย์ต่อไปนี้คือ 1. หน้าที่ในการรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ 2. หน้าที่ในการรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่ออนุชน 3. หน้าที่ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ซึ่งอยู่ห่างไกลในการรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ 4. หน้าที่ในการยอมสละอิสรภาพบางประการ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่อความอยู่รอดของสังคมโดยส่วนรวม ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญดังต่อไปนี้ บทที่ 1 ศึกษาความคิดของนักปราชญ์ต่าง ๆ ซึ่งพยายามที่จะขยายอาณาจักรของศีลธรรมให้ครอบคลุมไปถึงสิ่งซึ่งไม่ใช่มนุษย์ นั่นคือ สัตว์ พืช ฯลฯ และสภาพแวดล้อมโดยส่วนรวมว่าในที่สุดแล้วจริยศาสตร์สภาพแวดล้อม หรือจริยศาสตร์ซึ่งถือความสมดุลย์ของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเป็นคุณค่าสูงสุด มีค่าในตัวของมันเอง โดยมิใช่เป็นแต่วิถีไปสู่จุดหมายนั้น เป็นไปได้หรือไม่ ผลของการศึกษาชี้ให้เห็นว่า จริยศาสตร์สภาพแวดล้อมนั้น ตามเหตุผลแล้วเป็นไปได้ยาก และการพิจารณาสภาพแวดล้อมเป็นเสมือนวิถีไปสู่จุดหมาย (ความอยู่รอด การมีชีวิตที่คุ้มค่าของมนุษย์) เป็นสิ่งซึ่งมีเหตุผลมากที่สุด บทที่ 2 เป็นการพิจารณาหน้าที่ของมนุษย์ ที่จะรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่ออนุชนรุ่นหลัง โดยพิจารณาทฤษฎีสำคัญ ๆ คือ ประโยชน์นิยม ทฤษฎีความยุติธรรมของจอห์น รอล (John Rawl) ทฤษฎีเรื่องความรักและความเมตตา (Love and altruism) ว่าทฤษฎีใดสามารถที่จะให้เหตุผลต่อหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด ผลปรากฏว่า ทุกทฤษฎีต่างก็มีจุดบกพร่องของตน และอย่างมากที่สุดที่แต่ละทฤษฎีจะให้ได้ก็คือ หน้าที่ต่ออนุชนรุ่นถัดไปเท่านั้น นั่นคือ ไม่อาจบอกได้ว่าเรามีหน้าที่ต่ออนุชนในระยะยาว บทที่ 3 เป็นการวิเคราะห์หน้าที่ของประเทศที่เจริญแล้ว ในการช่วยเหลือประเทศยากจนหรือด้อยพัฒนา เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยพิจารณามโนทัศน์เรื่องการทำร้าย (harm) และทฤษฎีความยุติธรรม และพิจารณาข้อโต้แย้งต่าง ๆ ของผู้ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการมีอยู่ของหน้าที่นี้ ผลของการศึกษาสรุปได้ว่า การให้ความช่วยเหลือนี้เป็นหน้าที่ทางจริยธรรม อันเนื่องมาจากหลักความยุติธรรม และการละเว้นจากความช่วยเหลือ นอกจากจะเป็นความอยุติธรรมแล้ว ยังถือว่าเป็นการทำร้ายประเทศด้อยพัฒนาอีกด้วย บทที่ 4 เป็นการศึกษาขอบเขตอำนาจหน้าที่ของรัฐกับสิทธิแห่งเสรีภาพของประชาชนว่ารัฐนั้นสามารถจะเข้าไปก้าวก่ายวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนได้เพียงไร โดยใช้การบังคับให้ทำหมันเป็นตัวอย่างสำคัญ เพื่อจะพิจารณาว่าในกรณีใดรัฐจึงจะมีเหตุผลพอที่จะเข้าไปจำกัดอิสรภาพส่วนบุคคลของประชาชน ผลของการศึกษาพอสรุปได้ว่า ในกรณีที่ความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเลวร้าย จนกระทั่งอาจเกิดอันตรายแก่ความอยู่รอดของสังคมโดยส่วนรวมแล้ว รัฐมีหน้าที่ ต้องจำกัดอิสรภาพส่วนตัวบางประการของประชาชน เพื่อความอยู่รอดของส่วนรวมและเพื่ออิสรภาพและคุณค่าต่าง ๆ ที่ได้รับการยกย่อง เช่น ความยุติธรรม ฯลฯ จะเป็นไปได้ในที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
เนื่องน้อย บุณยเนตร . (2526). หน้าที่ทางจริยธรรมของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เนื่องน้อย บุณยเนตร . 2526. "หน้าที่ทางจริยธรรมของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เนื่องน้อย บุณยเนตร . "หน้าที่ทางจริยธรรมของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526. Print. เนื่องน้อย บุณยเนตร . หน้าที่ทางจริยธรรมของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2526.
|
