ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง
นักวิจัย : อุมาพร ทาเสนาะ รุ่งสุริยะวิบูลย์
คำค้น : Anticrithidial , antimalarial , Antioxidant activities , cytotoxicity , Lipophilic extract , ความเป็นพิษต่อเซลล์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ , ฤทธิ์ต้านเชื้อ Crithidia fasciculata , ฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย , สารสกัดกึ่งหยาบ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5280123 , http://research.trf.or.th/node/7479
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

บทนา: พยาธิโปรโตซัวเป็นสาเหตุที่สาคัญทาให้เกิดการล้มตายและการเจ็บป่วยในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งก่อโรคมาลาเรีย โรคเหงาหลับ โรค”ชากาส” โรคบิดและโรคลิชมาเนีย โดยฉพาะโรคมาลาเรียในแต่ละปีทาให้ผู้คนล้มตายสูงกว่าหนึ่งล้านคนและหนึ่งร้อยล้านคนแสดงอาการติดเชื้อที่รุนแรง โรคติดเชื้อพยาธิโปรโตซัวไม่เหมือนโรคชนิดอื่นๆเนื่องจากยังไม่มีวัคซีนสาหรับที่ใช้รักษาออกจาหน่ายในท้องตลาด และบ่อยครั้งพบว่ายาที่ใช้รักษาการติดเชื้อพยาธิโปรโตซัวชนิดเดิม มักมีพิษข้างเคียงและ/หรือก่อปัญหาการดื้อยา วัตถุประสงค์: งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิพาลัม เชื้อ Crithidia fasciculata พร้อมตรวจสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งและความสามารถในการยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระของสารสกัดกึ่งหยาบที่สกัดได้จากพืชสมุนไพรไทยจานวน 6 สกุลได้แก่ วงศ์ดาวเรือง วงศ์กระท้อน วงศ์คนทา วงศ์ถั่ว วงศ์ถอบแถบและวงศ์เข็ม วัสดุและวิธีการ: ทาการเก็บพืชสมุนไพรไทยจานวน 27 ตัวอย่างจากทั้งหมด 6 สกุล ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนามาใช้รักษาอาการไข้มาลาเรียหรือโรคอื่นๆ สารสกัดกึ่งหยาบเตรียมจากการสกัดด้วยส่วนผสมระหว่างน้าและคลอโรฟอร์มในสัดส่วนที่เท่ากัน ทาการเขย่าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงเพื่อให้แยกส่วนระหว่างน้าและคลอโรฟอร์ม จากนั้นนามาทดสอบฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิพาลัมที่ดื้อต่อยาคลอโรควิน (K1 clone) และไวต่อยาคลอโรควิน (3D7 clone) รวมทั้งเชื้อ C.fasciculataในหลอดทดลอง พร้อมกับทดสอบความเป็นพิษของสารสกัดกึ่งหยาบต่อเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยงชนิด HepG2 และ MCF-7 เปรียบเทียบกับเซลล์ปกติชนิด 3T3L-1 และ Vero ทาการวิเคราะห์หาดัชนีชี้วัดความสามารถรวมในการต้านอนุมูลอิสระได้แก่ วิธี ABTS˙+ decolorization assay (ABTS) และวิธี Ferric reducing antioxidant power assay (FRAP) ผลการทดลองและสรุปผลการทดลอง: จากการทดลอง พบว่าสารสกัดกึ่งหยาบที่มีศักยภาพในยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิพารัมในหลอดทดลองได้แก่ ประยงค์ (Aglaia Odorata Lour.) ผักคราดหัวแหวน (Spilanthis acmella Murr.), สีฟันคนทา (Harrisonia perforata (Blanco) Merr.) และสะเดา อินเดีย (Azadirachta indica A. Juss.) โดยแสดงค่าความเป็นพิษอย่างเฉพาะเจาะจงต่อเชื้อมาลาเรีย (SI > 10) ภายใต้สภาวะที่ศึกษาความเป็นพิษ สารสกัดกึ่งหยาบทั้งหมดที่ใช้ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปกติชนิด Vero และ 3T3L-1 สารสกัดที่แยกได้จากส่วนใบของสะเดาอินเดียมีฤทธิ์ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ (HepG2)ได้สูงสุดและมีค่าความเป็นพิษอย่างเฉพาะต่อเซลล์มะเร็ง (SI=2.85) ส่วนสารกึ่งหยาบจากเปลือกต้นของสีฟันคนทามีฤทธิ์ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม (MCF-7) ได้สูงสุดและมีค่าความเป็นพิษอย่างเฉพาะต่อเซลล์มะเร็ง (SI=3.54) สาหรับฤทธิ์ต้านเชื้อ C.fasciculata สารสกัดกกึ่งหยาบจากพืชที่นามาทดสอบในงานวิจัยนี้ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อได้ในระดับปานกลาง โดยมีค่า IC50 อยู่ระหว่าง 5000-10000 นาโนกรัม/มิลลิลิตร สารสกัดสมุนไพรที่มีดัชนี TAC สูงที่สุดด้วยวิธี ABTS คือ เปลือกถอบแถบน้า (Derris trifoliata Lour.) (21.29 μmol/g) ส่วนวิธี FRAP assay คือ เปลือกของยางพลวง Dipterocarpus tuberculatns Roxb.3 (1144.60 μmol/g) แสดงให้เห็นว่าพืชทั้งสองชนิดเป็นแหล่งของสารที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้ ผลการตรวจสอบกลุ่มสารสาคัญด้วยวิธี thin layer chromatography (TLC) ของสารสกัดชนิดผักคราดหัวแหวน (Spilanthes acmella), ถอบแถบน้า (Derris trifoliata Lour.) และประยงค์ (Aglaia odorata) พบสารกลุ่ม alkaloids และ terpenoids ยกเว้นสารสกัดจากใบของมะฮอกกานีใบใหญ่ (Swietenia macrophylla) ที่พบเฉพาะ alkaloids การสกัดสารบริสุทธิ์จากใบและเปลือกต้นของคนทา (Harrisonia perforata (Blanco) Merr.) พบว่ามีรูปแบบของสารสาคัญคล้ายกัน อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของสารสกัดกึ่งหยาบจากพืชสมุนไพรที่ได้นามาศึกษานี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์ที่นามาศึกษาและช่วงความเข้มข้นของสารสกัดที่ใช้ ผลการศึกษาครั้งนี้โดยภาพรวมให้ความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรไทยบางชนิดมีศักยภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย ต้านเชื้อ C.fasciculata ยับยั้งการเพิ่มจานวนของเซลล์มะเร็งและมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารจากธรรมชาติอาจนามาใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อมาลาเรียและโรคมะเร็ง Introduction: Protozoans are the cause of widespread morbidity and mortality in many countries of the world, including diseases such as malaria, sleeping sickness, Chagas disease, amoebosis and leishmaniosis. Malaria alone causes more than a million deaths and several hundred million cases of severe disease each year. Unlike in several other diseases there are still no vaccines on the market for any disease caused by protozoans, and very often anti-protozoal agents are rather old drugs associated with severe side-effects and/or problems of resistance. Objective: This research aims to investigate the in vitro anti-protozoal and cytotoxicity and antioxidant activities of lipophilic extracts from different plant families, namely Asteraceae, Meliaceae, Simaroubaceae, Fabaceae, Connaraceae and Rubiaceae. Materials and methods: Twenty-seven extracts (six families) of Thai plants commonly used by traditional healers to treat malaria and other diseases were collected, and lipophilic extracts were obtained A fraction of the lipophilic extract was partitioned between water and chloroform (H20/ CH3Cl3) mixture (1:1) (100ml: 100 ml), shaken vigorously for about 1 hr and allowed to settle for 24 hr in a separating funnel. The antiplasmodial activity of the extracts was tested in vitro against chloroquine resistant clone (K1) and a chloroquine sensitive clone (3D7) of Plasmodium falciparum and Crithidia fasciculata were performed. Cytotoxicity assay were performed against human hepatocarcinoma (HepG2) and human breast adenocarcinoma cell line (MCF-7), as compared to normal African green monkey kidney epithelial cell lines (Vero) and Mouse embryonic fibroblast - adipose like cell line (3T3L-1). Antioxidant activity of extracts was checked with ABTS˙+ decolorization assay (ABTS) and Ferric reducing antioxidant power assay (FRAP). Results and summary: The results of antimalrial activity showed that Aglaia odorata Lour., Spilanthis acmella Murr., Harrisonia perforata (Blanco) Merr. and Azadirachta indica A. Juss had a potent effect with the selectivity index was higher than 10. Under the conditions of the studies toxicity, all extracts were found to be non-toxic against normal cells (Vero and 3T3L-1). Leave extracts of Azadirachta indica A. Juss showed the highest cytotoxicity to HepG2 with selectivity index was 2.85. Stem bark of Harrisonia perforata (Blanco) Merr showed the most active extract to MCF-7 with selectivity index was 3.54. The results of anti-crithidial activity showed that all extracts can produce the moderate effect with IC50 between 5000-10000 ng/ ml. Total antioxidant activity (TAC) showed the most active was the stem bark of Spilanthes acmella (L.) Murray when testing with ABTS method (21.29μmol/g) and the stem bark of Dipterocarpus tuberculatns Roxb.3 when testing with FRAP method (1144.60 μmol/g), indicating may provide good sources of antioxidants. Thin layer chromatography indicated the presence of alkaloid and triterpenoids from roots, leaves and stem bark of Spilanthes acmella (L.) Murray, Derris trifoliata Lour., and Aglaia odorata Lour. However, the effective of activities of lipophilic extracts depends on the concentration range used and the types of cells. (Aglaia odorata Lour.). The overall results of this study represent some Thai medical plants can provide an insightful knowledge on antimalarial, anticrithidial, cytotoxicity and antioxidant activities and maybe used as natural medicine for malaria treatment and cancer.

บรรณานุกรม :
อุมาพร ทาเสนาะ รุ่งสุริยะวิบูลย์ . (2556). การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อุมาพร ทาเสนาะ รุ่งสุริยะวิบูลย์ . 2556. "การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อุมาพร ทาเสนาะ รุ่งสุริยะวิบูลย์ . "การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
อุมาพร ทาเสนาะ รุ่งสุริยะวิบูลย์ . การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.