ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สานความรู้สู่การเชื่อมร้อยภาคีแบบบูรณาการในงานเกษตรยั่งยืน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สานความรู้สู่การเชื่อมร้อยภาคีแบบบูรณาการในงานเกษตรยั่งยืน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
นักวิจัย : พันศักดิ์ จิตสว่าง
คำค้น : เกษตรยั่งยืน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53N0002 , http://research.trf.or.th/node/7268
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ประชากรโดยส่วนใหญ่ในอำเภอแม่สะเรียงประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เนื่องจากมี สภาพพื้นที่ที่เอื้อต่อการทำการเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำที่อุดมสมบูรณ์เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลาย น้ำหลายสาย และสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย ซึ่งลักษณะของการทำการเกษตรนั้นทำในพื้นที่ 3 ภูมิ นิเวศ ได้แก่ ที่ราบ ที่ดอน และที่สูง ตามบริบทของพื้นที่แต่ละหมู่บ้านแต่ละเผ่าพันธุ์ ลักษณะของการ ผลิตโดยมากผลิตในระบบการเกษตรแบบผสมผสาน สมัยใหม่และเก่าร่วมกัน ชนิดพืชที่ปลูกก็ประกอบ ไปด้วยพันธุ์ส่งเสริมต่าง (เชิงเดี่ยว) หลักๆ ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าว กระเทียม กะหล่ำปลี มะเขือ เทศ ผักกาดขาวปลี เป็นต้น นอกจากพืชเชิงเดี่ยวเหล่านี้แล้วยังพบพันธุกรรมท้องถิ่น ที่ยังมีการปลูก เพื่อเป็นอาหารอยู่อีกหลายชนิด เช่นพืชผักพื้นบ้านตระกูลถั่ว ผักพื้นบ้านกินใบและยอดต่างๆ มากมาย หลายชนิด เป็นต้น สภาพการผลิตที่เปลี่ยนจากเป็นอาหารมาเป็นการผลิตเพื่อส่งออกนอกชุมชน ของพื้นที่ อ.แม่สะ เรียงนั้น เริ่มต้นมาจากภายหลังจากที่มีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2504) ในขณะนั้นระบบเกษตรกรรมท้องถิ่นที่เน้นการผลิตเพื่อกินได้เริ่มค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ชนิดพืชท้องถิ่นถูกเข้ามาแทนที่โดยพืชพันธุ์ส่งเสริมของรัฐอย่างรวดเร็ว และวิธีการผลิตก็ถูกให้ความรู้ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาศัยเทคโนโลยี และเคมีภัณฑ์ ในการจัดการกับพืชเพื่อเน้นปริมาณ ในสมัยของ การเปลี่ยนแปลงนั้นโดยมากไม่มีใครปฏิเสธระบบใหม่ เพราะเห็นผลได้รวดเร็ว และเกษตรกรมีรายได้ เพิ่มขึ้นกว่าอดีตที่ผลิตเพื่อเป็นอาหารอย่างชัดเจน เมื่อก้าวเข้าสู่ พ.ศ.2535-2540 ความชัดเจนของปัญหาในการผลิตแบบสมัยใหม่ เริ่มเห็นผล ชัดเจนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้รอบหมู่บ้านลดลงเพราะถูกแผ้วถางเป็นพื้นที่ปลูกพืชส่งเสริมชนิด ต่างๆ นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ราคาผลผลิตเริ่มส่อเคล้าที่จะไร้เสถียรภาพ ไม่แน่นอน ปรากฏ เหตุการณ์ภาวะขาดทุนจากการลงทุนการผลิตทั่วไปในพื้นที่ ทำให้เกิดการกู้ยืมเงินในการลงทุนการผลิต ผ่านช่องทางนโยบายของรัฐที่เอื้อประโยชน์ เช่น ให้ธนาคารปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรรายย่อย สำหรับไป ลงทุนการผลิตต่อ ขาดทุนต่อ และก็ยืมต่อ ไปเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่เกษตรกรเข้าไปอยู่โดยไม่รู้ตัว เพียงเพราะว่าไม่มีทางเลือก และไม่มีความรู้เพียงพอที่จะวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหาที่อาจทำให้เกิดการล่มสลาย ของเกษตรกรและครอบครัวชนบท มีคนบางกลุ่มที่วิเคราะห์ปัญหา และเริ่มต้นปฏิบัติการเพื่อให้หลุดออก จากวงจรดังกล่าว โดยมีแนวคิดในการทำการเกษตรทางเลือก ไม่ปฏิเสธระบบใหม่ และไม่ละทิ้ง รากเหง้าของเกษตรกรรมแต่อดีต ผลิตแบบไม่พึ่งพาสารเคมี เน้นความมั่นคงของอาหาร และสุขภาพ กินก่อนเหลือจึงขาย แนวคิดดังกล่าวเริ่มแพร่หลาย เริ่มมีเกษตรกรสนใจหันมาผลิต แต่อย่างไรก็ตาม การผลิตแบบเกษตรทางเลือก เป็นแนวคิดที่ทวนกระแสอย่างมาก ทำให้เหลือคนที่มีใจในการปรับเปลี่ยน จริงๆ อยู่ไม่มาก พอที่จะมีพลังในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย คนที่ทำและเข้มแข็งก็ทรงตัวอยู่ได้ท่ามกลาง สายตาของสังคมทั่วไปว่าคือคนบ้า ที่ไม่เข้าพวก เป็นต้น แนวคิดดังกล่าวทำให้มีเกษตรกรใน อ.แม่สะเรียง กลุ่มหนึ่งรวมตัวกัน ภายใต้ชื่อเครือข่าย เกษตรกรรมทางเลือก อำเภอแม่สะเรียง ในระยะแรกๆ นั้นมีการขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างมีพลัง ถือ เป็นเครือข่ายหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีความสำคัญและเข้มแข็ง มีความหลากหลายของพื้นที่รูปธรรม ในระดับฟาร์ม เช่น สวนเกษตรผสมผสานของผู้นำกลุ่ม ประมาณ 5 สวน/ฟาร์ม (พ.ศ.2546) มีการ รวมกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ กลุ่มผลิตผักปลอดสารพิษดอยเกิ้ง กลุ่มตลาดผัก ปลอดสารพิษ กลุ่มแปรรูปผลผลิต เป็นต้น การรวมตัวของเครือข่ายเกษตรทางเลือก อำเภอแม่สะเรียง เริ่มไปได้ระยะหนึ่ง ก็เกิดปัญหาใน เครือข่ายหลายประเด็น เช่นแต่ละคนมีความคิดเห็นหรือทัศนคติที่แตกต่างกันในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ มีปัญหาหนี้สิน ไม่ซื่อสัตย์ ฯลฯ จึงเป็นเหตุให้การรวมกลุ่มได้ล่มสลายลง เกษตรกรในเครือข่ายหันหน้า เข้าสู่ฟาร์มตนเอง พัฒนาฟาร์มตนเองในลักษณะของต่างคนต่างทำ ไม่มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หมด พลังในการต่อรอง ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นก็ถูกจำกัดความรู้เพียงวงเล็กๆ เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวจึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ในการประชุมของเครือข่ายเกษตรทางเลือกจังหวัด แม่ฮ่องสอน โดยการนำเสนอของคุณพันศักดิ์ จิตสว่าง ซึ่งไม่มีวงพูดคุยในระดับอำเภอแม่สะเรียงแต่มี การเกาะติดวงประชุมพูดคุยในระดับจังหวัดอยู่(การประชุมประจำเดือนของเครือข่ายเกษตรกรรม ทางเลือก จ.แม่ฮ่องสอน) เครือข่ายฯ ในระดับจังหวัดได้ให้ข้อเสนอแนะและทางออกร่วมกัน เพื่อที่จะทำ ให้เครือข่ายเกษตรทางเลือกอำเภอแม่สะเรียง กลับมารวมตัวกันและเกิดพลังดังเช่นในอดีต และจะได้ สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในระดับจังหวัดด้วย จึงร่วมกันเสนอให้มีการเลือกใช้เครื่องมือ งานวิจัยเพื่อ ท้องถิ่น (CBR) เข้ามาเป็นตัวเชื่อมร้อยคน ร้อยข่าย เชื่อมประสาน ให้เกิดการบูรณาการในพื้นที่อีกครั้ง หนึ่ง โดยเริ่มต้นให้มีการจัดเวทีพูดคุยวงเล็กๆ ในพื้นที่ ประสานคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งฟาร์มต้นแบบเดิม 5 ฟาร์ม กลุ่มผู้สนใจทั่วไป และกลุ่มสมาชิกเครือข่ายเดิม เกิดเวทีพูดคุย/กิจกรรมร่วมหลายต่อหลายครั้ง เกิดกระบวนการเก็บข้อมูลทุนเดิมของเครือข่าย หาแนวทางออกร่วมกัน กระบวนการดังกล่าวทำให้ได้ข้อมูลที่สำคัญหลายประการ เช่น ฟาร์มต้นแบบ ที่เพิ่มขึ้น จำนวน 5 ฟาร์ม เดิม 5 ฟาร์ม รวมเป็นฟาร์มต้นแบบ 10 ฟาร์ม ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ มีความรู้ที่ หลากหลายในแต่ละฟาร์ม นอกจากการเพิ่มขึ้นของฟาร์มต้นแบบแล้ว ทีมวิจัยยังได้ศึกษาจนพบข้อมูล ของเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่ง คือฟาร์มที่สามารถพัฒนาเป็นฟาร์มต้นแบบได้อีกจำนวน 10 ฟาร์ม โดยมี หลักคิดร่วมกันคือ การลด ละ เลิกการใช้สารเคมีในแปลงเกษตรกรรม และการศึกษาทุนทางสังคมยัง ค้นพบเกษตรกรผู้สนใจราว 66 ราย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและสนับสนุนในเรื่องของการ ทำการเกษตรแบบพึ่งตนเอง เน้นในเรื่องของการลดละและเลิกใช้สารเคมี จำนวน 3 หน่วยงาน เกิดการ พูดคุยและร่วมกันกำหนดแนวทางในการสถาปนาเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกอำเภอแม่สะเรียง โดย ได้ค้นพบกลไกการขับเคลื่อนใหม่ และกำหนดแผนกิจกรรมร่วมกัน เป็นต้น รายงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นฉบับนี้เป็นรายงานวิจัยที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทีมวิจัยและสมาชิก เครือข่ายเกษตรทางเลือก อ.แม่สะเรียง และผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน รวมถึงการหนุนเสริมของพี่เลี้ยง จากศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเนื้อหาในการนำเสนอนั้นมิได้เน้นในรูปแบบ ของงานวิชาการมากนัก เนื่องจากเป็นงานวิจัยชาวบ้าน แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานวิจัยฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่สนใจใคร่ศึกษาในประเด็นเกษตรทางเลือก และกรรมวิธีการเชื่อมร้อยกลุ่มข่าย โดยการมีส่วนร่วมภาคีภาคส่วนต่างๆ

บรรณานุกรม :
พันศักดิ์ จิตสว่าง . (2554). สานความรู้สู่การเชื่อมร้อยภาคีแบบบูรณาการในงานเกษตรยั่งยืน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พันศักดิ์ จิตสว่าง . 2554. "สานความรู้สู่การเชื่อมร้อยภาคีแบบบูรณาการในงานเกษตรยั่งยืน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พันศักดิ์ จิตสว่าง . "สานความรู้สู่การเชื่อมร้อยภาคีแบบบูรณาการในงานเกษตรยั่งยืน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
พันศักดิ์ จิตสว่าง . สานความรู้สู่การเชื่อมร้อยภาคีแบบบูรณาการในงานเกษตรยั่งยืน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.