ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การกำหนดให้ความผิดอาญาร้ายแรง ตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การกำหนดให้ความผิดอาญาร้ายแรง ตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
นักวิจัย : กมลศักดิ์ หมื่นภักดี
คำค้น : การฟอกเงิน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , เงินตรา -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , อาชญากรรมข้ามชาติ , การก่อการร้าย , กระบวนการยุติธรรมทางอาญา , พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 , อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งลักษณะองค์กร ค.ศ.2000
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วีระพงษ์ บุญโญภาส , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16784
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การกระทำความผิดขององค์กรอาชญากรรมมักเป็นการกระทำความผิดที่เป็นความผิด อาญาร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมากมาย เช่นการก่อการร้าย การกรรโชก ทรัพย์ การเรียกค่าคุ้มครอง การจี้เครื่องบิน การเรียกค่าไถ่ การปล้น การบังคับขู่เข็ญ มือปืน รับจ้าง เป็นต้น ซึ่งความผิดเหล่านี้องค์กรที่กระทำความผิด จะนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ไปเปลี่ยนแปลงเป็นทรัพย์สินอย่างอื่น และการกระทำขององค์กรอาชญากรรมดังกล่าวเกิดขึ้น อย่างมากในประเทศไทย และยากต่อการปราบปราบเนื่องจากองค์กรดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้มี อิทธิพลอีกด้วย ประกอบกับอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งใน ลักษณะองค์กร ค.ศ. 2000 มีการกำหนดให้ความผิดอาญาร้ายแรง เป็นความผิดตามอนุสัญญา ดังกล่าว และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของนานาอารยะประเทศมุ่งเน้นที่ระบุ ความผิดให้ครอบคลุมความผิดต่าง ๆ เพื่อเป็นไปตามอนุสัญญานี้ ด้วยเหตุนี้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศไทย จึงควรที่จะ เปิดช่องให้สามารถบังคับใช้มีความครอบคลุมความผิด ไม่ควรเจาะจงให้บังคับใช้กฎหมายฟอก เงินได้กับกิจการขององค์กรอาชญากรรมที่เป็นความผิดเพียง 11 ความผิดมูลฐาน เท่านั้น ซึ่ง ถือว่าเป็นความคับแคบ และเป็นการปิดช่องในการดำเนินการกับองค์การอาชญากรรม โดยการ เพิ่มเติมความผิดอาญาร้ายแรงเป็นความผิดมูลฐานกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ของประเทศไทย กำหนดความผิดมูลฐานไว้อย่างกว้างขวางอย่างนานาอารยประเทศ เพื่อให้ การดำเนินการกับองค์กรอาชญากรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
กมลศักดิ์ หมื่นภักดี . (2552). การกำหนดให้ความผิดอาญาร้ายแรง ตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กมลศักดิ์ หมื่นภักดี . 2552. "การกำหนดให้ความผิดอาญาร้ายแรง ตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กมลศักดิ์ หมื่นภักดี . "การกำหนดให้ความผิดอาญาร้ายแรง ตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
กมลศักดิ์ หมื่นภักดี . การกำหนดให้ความผิดอาญาร้ายแรง ตามอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ค.ศ.2000 เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.