| ชื่อเรื่อง | : | การผลิตและลักษณะสมบัติของโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อออกซีเตตราซัยคลิน |
| นักวิจัย | : | วิรงรอง ณ ตะกั่วทุ่ง |
| คำค้น | : | โมโนโคลนอลแอนติบอดีย์ , ออกซีเททราซัยคลิน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นันทิกา คงเจริญพร , กิตตินันท์ โกมลภิส , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16099 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 ออกซีเตตราซัยคลิน (OTC) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเตตราซัยคลิน ที่มีขอบเขตการออกฤทธิ์ในวงกว้างในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบหลายชนิด ออกซีเตตราซัยคลินนิยมใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการเลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อ เนื่องจากการตกค้างของยาปฏิชีวนะระดับต่ำๆ ในผลิตภัณฑ์สัตว์เป็นสาเหตุของการดื้อยาของแบคทีเรียก่อโรคในมนุษย์ การตรวจหายาตกค้างในผลิตภัณฑ์อาหารจึงมีความสำคัญ ทำให้หลายประเทศได้มีการกำหนด ค่าความเข้มข้นของออกซีเตตราซัยคลินที่มากที่สุดที่สามารถตกค้างได้ (MRLs) ในกล้ามเนื้อสัตว์ที่ระดับ 200 μg/kg งานวิจัยจึงมีเป้าหมายที่จะผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อออกซีเตตราซัยคลินสำหรับพัฒนาชุดตรวจสอบแบบ ELISA โดยเชื่อมติด OTC กับอัลบูมินจากซีรัมของวัว (BSA) เพื่อใช้เป็นอิมมูโนเจนสำหรับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลองสายพันธุ์ BALB/c เพศเมีย จำนวน 10 ตัว ซึ่งถูกกระตุ้นและให้ระดับแอนติบอดีในซีรัมตั้งแต่ 1:16,000 ถึง 1:128,000 จากการหลอมรวมเซลล์ม้ามและเซลล์มัยอีโลมา NSI ได้เซลล์ไฮบริโดมาที่ผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ OTC จำนวน 3 โคลน คือ 2-4F, 7-3G และ 11-11A ศึกษาลักษณะสมบัติของโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ได้โดยการหาไอโซไทป์ ความไวและความจำเพาะ โดยโมโนโคลนอลแอนติบอดี 2-4F, 7-3G และ 11-11A มีไอโซไทป์ เป็น IgG₁, IgG₂ₐ และ IgG₁ ตามลำดับ ความไวของโมโนโคลนอลแอนติบอดีแสดงในรูปของค่าความเข้มข้นที่เกิดการยับยั้งที่ 50% (IC50) เท่ากับ 0.19 ± 0.04, 0.56 ± 0.10 และ 2.66 ± 1.16 μg/ml ตามลำดับและในรูปของค่าขีดจำกัดในการวัด (LOD) เท่ากับ 0.08 ± 0.03, 0.20 ± 0.18 และ 0.96 ± 1.21 μg/ml ตามลำดับ โมโนโคลนอลแอนติบอดี 2-4F ให้เปอร์เซ็นต์การทำปฏิกิริยาข้ามกับสารในกลุ่มเตตราซัยคลินทุกตัว ในช่วง 27-275% ในขณะที่โมโนโคลนอลแอนติบอดี 7-3G เกิดปฏิกิริยาข้ามกับ TC, DC และ RTC ในช่วง 2 ถึง 41% ส่วน 11-11A เกิดปฏิกิริยาข้ามเฉพาะกับสาร DC เท่ากับ 19% นอกจากนี้โมโนโคลนอลแอนติบอดีทั้ง 3 โคลนไม่เกิดปฏิกิริยาข้ามกับสารนอกกลุ่มเตตราซัยคลินทุกตัวที่ทดสอบ |
| บรรณานุกรม | : |
วิรงรอง ณ ตะกั่วทุ่ง . (2552). การผลิตและลักษณะสมบัติของโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อออกซีเตตราซัยคลิน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิรงรอง ณ ตะกั่วทุ่ง . 2552. "การผลิตและลักษณะสมบัติของโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อออกซีเตตราซัยคลิน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิรงรอง ณ ตะกั่วทุ่ง . "การผลิตและลักษณะสมบัติของโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อออกซีเตตราซัยคลิน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. วิรงรอง ณ ตะกั่วทุ่ง . การผลิตและลักษณะสมบัติของโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อออกซีเตตราซัยคลิน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
