| ชื่อเรื่อง | : | การสื่อสารเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ |
| นักวิจัย | : | อภิชา น้อมศิริ |
| คำค้น | : | กองสุขศึกษา , การสื่อสารทางการแพทย์ , การสื่อสารในการพัฒนาชุมชน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กาญจนา แก้วเทพ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15637 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 ศึกษา (1) พัฒนาการของการเสริมสร้างความความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (2) รูปแบบการสื่อสารของภาคีเครือข่ายการสื่อสารเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (3) ลักษณะองค์ประกอบของภาคีเครือข่ายการสื่อสารเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (4) ปัจจัยที่เป็นข้อส่งเสริมและปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดของการสื่อสารต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า (1) พัฒนาการของการเสริมสร้างความความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย แบ่งเป็น 4 ขั้น ได้แก่ ขั้นตระหนักและก่อตัวของภาคีเครือข่ายสุขภาพ ขั้นการสร้างพันธกรณีและการบริหารภาคีเครือข่ายสุขภาพ ขั้นการรักษาความสัมพันธ์และความต่อเนื่องของภาคีเครือข่ายสุขภาพ และขั้นการพัฒนาความสัมพันธ์ของภาคีเครือข่ายสุขภาพ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ (2) รูปแบบการสื่อสารของภาคีเครือข่ายการสื่อสาร ผลการวิจัยพบว่า 2.1) ประเภทของภาคีเครือข่ายสุขภาพ 2.1.1) จำแนกตามระดับชั้นแบ่งได้เป็น 2 ระดับชั้น ได้แก่ ภาคีเครือข่ายสนับสนุน และภาคีเครือข่ายระดับปฏิบัติการ 2.1.2) จำแนกตามประเภทการดำเนินงาน พบว่า เป็นภาคีเครือข่ายสนับสนุน 2.1.3) จำแนกตามประเด็นพบว่า เป็นภาคีเครือข่ายสุขภาพ 2.1.4) จำแนกตามรูปแบบโครงสร้างหรือความสัมพันธ์พบว่า มีลักษณะผสมผสาน 2.2) ลักษณะและทิศทางการสื่อสารของภาคีเครือข่ายพบว่า มีลักษณะและทิศทางการสื่อสารแบบผสมผสาน 2.3) รูปแบบวิธีการจัดโครงสร้างของภาคีเครือข่ายพบว่า เป็นรูปแบบของเครือข่ายที่มีความซับซ้อน(3) ลักษณะองค์ประกอบของภาคีเครือข่ายการสื่อสาร ผลการวิจัยพบว่า 3.1) ประเด็นในการสื่อสารพบว่า เนื้อหาที่ใช้ ได้แก่ 3.1.1) ชุดความรู้เรื่องการศึกษาภาคีเครือข่ายสุขภาพ 3.1.2) ชุดความรู้เรื่องสุขภาพ 3.2) ลักษณะหรือประเภทของกิจกรรมที่ใช้พบว่า กิจกรรมที่ใช้มี 7 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 3.2.1) จัดทำทำเนียบภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานสร้างสุขภาพ 3.2.2) จัดทำแนวทางการดำเนินงานสุขศึกษาสำหรับภาคีเครือข่าย 3.2.3) แนวทางการดำเนินงานพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ 3.2.4) บทเรียนการพัฒนาชมรมสร้างสุขภาพสู่ความเข้มแข็ง 3.2.5) สัมมนา ถ่ายทอดและส่งเสริมประสานการดำเนินงานสร้างสุขภาพของภาคีเครือข่าย 3.2.6) นิเทศติดตามผลการดำเนินงาน 3.2.7) จัดทำสรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ 3.3) ประเภทของสื่อที่ใช้ใน การนำเสนอ 3.3.1) สื่อสิ่งพิมพ์ 3.3.2) สื่อบุคคล 3.3.3) สื่อกิจกรรม 3.3.4) สไลด์ PowerPoint กับ LCD Projector 3.4) สมาชิกของภาคีเครือข่ายสุขภาพพบว่า มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน และแกนนำชมรมสร้างสุขภาพ ผู้ดำเนินรายการวิทยุชุมชน และนักวิชาการของกองสุขศึกษา 3.5) โครงสร้างตำแหน่งหรือการเชื่อมต่อภายในภาคีเครือข่ายพบว่า เป็นศูนย์กลางของเครือข่ายในระดับประเทศ และเปลี่ยนบทบาททำหน้าที่พันธมิตรที่สนับสนุน (4) ปัจจัยที่เป็นข้อส่งเสริมและปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดพบว่า 4.1) ปัจจัยที่เป็นข้อส่งเสริม 4.1.1) จากมุมมองของคนใน ได้แก่ ก) การมีผู้ประสานภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัด ข) การสนับสนุนของผู้บริหาร ค) การได้การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ง) การได้การสนับสนุนงบประมาณ ฉ) มีจิตอาสา 4.1.2) จากมุมมองของภาคีเครือข่ายระดับปฏิบัติการที่มีความเข้มแข็งพบว่า ก) การปฏิสัมพันธ์ที่ดี ข) การได้การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ค) การได้การสนับสนุนงบประมาณ ง) มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จ) มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมภาคีเครือข่ายสุขภาพ ฉ) การมีทีมงานที่มีความเข้มแข็ง 4.2) ปัจจัยที่เป็นข้อจำกัด 4.2.1) จากมุมมองของคนในพบว่า ก) ขาดผู้ที่มีความสามารถในการพัฒนาเครือข่าย ข) การขาดความต่อเนื่อง ค) ขาดการประสานความร่วมมือ ง) โครงสร้างการบริหารงานภายในของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จ) ปัญหาของระบบการบริหารงานแบบระบบราชการ 4.2.2) จากมุมมองของภาคีเครือข่ายระดับปฏิบัติการที่มีความเข้มแข็ง พบว่า ก) ข้อจำกัดเรื่องเวลา ข) การได้การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกมีไม่เพียงพอ ค) ความสามารถของผู้จัดการภาคีเครือข่าย ง) ปัญหาของระบบการบริหารงานแบบระบบราชการ จ) โครงสร้างการบริหารงานภายในของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ฉ) ขาดการบรรจุลงในตัวชี้วัดของผู้ตรวจราชการ. |
| บรรณานุกรม | : |
อภิชา น้อมศิริ . (2552). การสื่อสารเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภิชา น้อมศิริ . 2552. "การสื่อสารเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภิชา น้อมศิริ . "การสื่อสารเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. อภิชา น้อมศิริ . การสื่อสารเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายสุขภาพ โดย กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
