| ชื่อเรื่อง | : | ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า |
| นักวิจัย | : | สุภรณี โพธิสา |
| คำค้น | : | โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า , การบริหารความเสี่ยง , บุคลากรโรงพยาบาล -- สุขภาพและอนามัย , โรงพยาบาล -- มาตรการความปลอดภัย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สรันยา เฮงพระพรหม , อานัน นิ่มนวล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15513 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาถึงการดำเนินงาน ความสำเร็จ ความสอดคล้องและความแตกต่าง รวมถึงโอกาสในการพัฒนาด้านระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือด และ/หรือสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 500 คน คณะกรรมการบริหารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 40 คน และผู้บริหารที่เป็นตัวแทนจากหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน โดยใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกันยายน ถึง ธันวาคม 2550 อัตราการตอบกลับแบบสอบถาม คิดเป็น 87.6% นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องควบคู่ไปด้วย วิเคราะห์ข้อมูลในเชิงพรรณนา และใช้สถิติร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือด และ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯ โดยมีการกำหนดนโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน และกำหนดแนวทางการปฏิบัติก่อนและหลังการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯ ตามแนวทางมาตรฐานระดับชาติและ/หรือสากล มีการกำหนดโครงสร้างในการบริหารจัดการ และมีการวางแผนการดำเนินงานด้านนี้ โดยกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และกลยุทธ์ในการดำเนินงาน ด้านการปฏิบัติของบุคลากร พบว่า บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางก่อนการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯ ทั้ง 3 ด้านคือ ด้านการป้องกันอุบัติเหตุ พบว่า บุคลากรส่วนใหญ่ปฏิบัติอยู่ในระดับดี (34.5%) ด้านการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล พบว่า บุคลากรส่วนใหญ่ปฏิบัติอยู่ในระดับต้องปรับปรุง (46.3%) และด้านสุขอนามัยและสุขาภิบาลพบว่า บุคลากรส่วนใหญ่ปฏิบัติอยู่ในระดับดี (69.6%) ส่วนแนวทางหลังการสัมผัสเลือด และ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯ พบว่า บุคลากรส่วนใหญ่ปฏิบัติอยู่ในระดับต้องปรับปรุง (48.5%) ผลการวิเคราะห์ความสอดคล้องและความแตกต่างระหว่างระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือด และ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯกับการปฏิบัติของบุคลากรพบว่า บุคลากรปฏิบัติสอดคล้องกับแนวทางที่โรงพยาบาลกำหนดไว้มากที่สุดคือ เมื่อมีการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯ ล้างมือทันทีที่สัมผัส (98.1%) รองลงมาคือ การทิ้งใบมีด หรือหัวเข็มที่ใช้แล้วในกล่องแข็ง และเมื่อถุงมือรั่วเปลี่ยนถุงมือคู่ใหม่ทันที (96.3% และ 96.1% ตามลำดับ) และพบว่า บุคลากรปฏิบัติแตกต่างกับแนวทางที่โรงพยาบาลกำหนดไว้มากที่สุดคือ การไม่ได้รักษาต่อหลังจากการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯ (80.2%) รองลงมาคือ การไม่ได้รักษาต่อเมื่อผลการตรวจเลือดไวรัสตับอักเสบบีหรือซีของผู้ป่วยได้ผลบวก และไม่ได้ขอรับยาต้านไวรัสเอดส์เมื่อผลตรวจเลือดไวรัสเอดส์ของผู้ป่วยได้ผลบวก (73.1% และ 68.3% ตามลำดับ) ผลการศึกษานี้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนางานด้านระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือด และ/หรือสิ่งคัดหลั่งฯ ของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าต่อไป. |
| บรรณานุกรม | : |
สุภรณี โพธิสา . (2551). ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุภรณี โพธิสา . 2551. "ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุภรณี โพธิสา . "ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. สุภรณี โพธิสา . ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการสัมผัสเลือดและ/หรือสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
