| ชื่อเรื่อง | : | โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัย |
| นักวิจัย | : | ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า |
| คำค้น | : | (RVQ) , research utilization , university lecturer , การทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัย , การนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080435 , http://research.trf.or.th/node/6375 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักที่ส าคัญ 4 ประการ ประการแรกเพื่อศึกษาลักษณะการน าผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการท างานของอาจารย์มหาวิทยาลัย ประการที่สองศึกษาสถานภาพการน าผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการท างานของอาจารย์มหาวิทยาลัย ประการที่สามเป็นการพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการน าผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการท างานของอาจารย์มหาวิทยาลัย และประการสุดท้ายเป็นการตรวจสอบความไม่แปรเปลี่ยนของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการน าผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการท างานของอาจารย์มหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจ านวน 410 คน ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ การน าผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการท างานหลัก 4 งาน คือ งานสอน งานวิจัย งานบริหารจัดการคณะ และ งานบริการสังคม แต่ละงานประกอบด้วยการใช้ประโยชน์เชิงการปฏิบัติ การใช้ในประโยชน์เชิงความคิด และการใช้ประโยชน์เชิงการเจรจาต่อรอง ปัจจัยเชิงเหตุได้แก่ ลักษณะองค์การ ลักษณะการสื่อสาร และลักษณะผู้ใช้งาน ตัวแปรแบ่งกลุ่ม ได้แก่ ต าแหน่งทางวิชาการ ประสบการณ์ท างาน สาขาที่ปฏิบัติงาน ลักษณะการท างาน การเป็นผู้บริหารของคณะในปัจจุบัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม เทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ การวิเคราะห์กลุ่มพหุด้วยโปรแกรมลิสเรล ผลการวิจัยพบว่า อาจารย์มีการน าผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์มากที่สุดในงานบริการสังคม และใช้น้อยที่สุดในงานบริหารจัดการ ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการน าผลวิจัยไปใช้ประโยชน์มากที่สุดคือ ปัจจัยด้านผู้ใช้งาน ส าหรับปัจจัยด้านองค์กรและการสื่อสารนอกจากจะส่งผลต่อการน าผลวิจัยไปใช้ประโยชน์โดยตรงแล้ว ยังส่งผลทางอ้อมผ่านปัจจัยด้านผู้ใช้งานด้วย และพบว่าปัจจัยด้านการสื่อสารส่งผลต่อปัจจัยผู้ใช้งานอย่างชัดเจนมาก ผลการวิจัยความแตกต่างของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีผลต่อการน าผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์พบว่า ปัจจัยด้านผู้ใช้งานเป็นปัจจัยที่ส าคัญในกลุ่มอาจารย์ที่มีต าแหน่งทางวิชาการ กลุ่มอาจารย์มีประสบการณ์น้อย กลุ่มอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ กลุ่มอาจารย์สาขาด้านสังคมศาสตร์ กลุ่มอาจารย์ที่เน้นการท างานบริหารจัดการ และกลุ่มอาจารย์ที่ก าลังด ารงต าแหน่งบริหารปัจจุบัน ส าหรับปัจจัยด้านการสื่อสารมีความส าคัญในกลุ่มอาจารย์ที่มีต าแหน่งทางวิชาการ กลุ่มอาจารย์ที่มีประสบการณ์ท างานมานาน กลุ่มที่เริ่มมีประสบการณ์ กลุ่มอาจารย์สาขาด้านสังคมศาสตร์ กลุ่มอาจารย์ที่เน้นการท างานวิจัย และกลุ่มอาจารย์ที่ไม่มีต าแหน่งบริหาร ส าหรับปัจจัยด้านองค์กรเป็นปัจจัยส าคัญในกลุ่มอาจารย์ที่ไม่มีต าแหน่งทางวิชาการ กลุ่มอาจารย์สาขาด้านสุขภาพ The main objectives of this research are 1) to identify characteristics of the research utilization among university lecturers, 2) to define the current status of the research utilization among university lecturers, 3) to develop the causal model of the research utilization among university lecturers, and 4) to validate invariance of the causal model of the research utilization among university lecturers. The research sample covered 410 lecturers. The dependent variables are the research utilization of four lecturer’s tasks: teaching; conducting research; faculty works; and social services. Each of them consists of three observable variables: instrumental utilization; conceptual utilization; and persuasive utilization. The three independent variables are: organizational characteristics; user characteristics; and communicational characteristics. The five moderating variables are: academic ranks, job experience, areas of expertise, focuses of lecturer, and the administrative positions. Research Instruments are interview form and questionnaire. The data is analyzed by LISREL program. The research findings indicate that the highest level of research utilization among lecturers is in social services. The user characteristics are the most significant causal factors of research utilization. The organizational and communicational characteristics have the indirect effect on the research utilization through the user characteristics. The user characteristics are obviously affected by the communicational characteristics. Among the groups of lecturer, the causal factors on research utilization have different effects. User characteristics are the most important influence on the groups of: lecturers who have academic position; lecturers who have less experience; lecturers who expertise in technology, science and social science; lecturers who focus on faculty works; lecturers who are the faculty administrator. The communicational characteristics are the most important influence on the groups of: lecturers who have academic position; lecturers who have less and long experience; lecturers who expertise in social science; lecturers who focus on research task; and lecturers who are not the faculty administrator. The organizational characteristics are the most important influence on the groups of: lecturers who have not academic rank; and lecturers who expertise in health science. |
| บรรณานุกรม | : |
ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . (2552). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัย.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . 2552. "โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัย".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . "โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัย."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. ทิพย์สุดา จันทร์แจ่มหล้า . โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการทำงานของอาจารย์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
