| ชื่อเรื่อง | : | นกกับการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ต้นน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ |
| นักวิจัย | : | สุทธิศาสตร์ ปญญาปทีโป |
| คำค้น | : | ชัยภูมิ , นก , ลำปะทาว |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG51E0025 , http://research.trf.or.th/node/5977 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | นกปลูกป่าจริงหรือ ? หรือว่าใครกันที่ทำหน้าที่ปลูกต้นไม้ในป่าต้นน้ำลำปะทาว อาหาร ยาสมุนไพรและพืชผักหลายชนิดที่คนนำมาจากป่าเพื่อใช้ประโยชน์นั้นได้มาจากการปลูกของใครกันนกพวกนี้มีชนิดใดบ้างที่กินผลไม้สุก กินเมล็ดพืชแล้วนำไปถ่ายตามที่ต่าง ๆ จนก่อเกิดเป็นต้นไม้ใหญ่ขึ้นมา สร้างความสมดุลในระบบนิเวศน์ให้กับป่า และอีกด้านคือมีต้นไม้ชนิดใดบ้างที่ต้องการนกในการช่วยขยายพันธุ์ แล้วชุมชนจะได้ประโยชน์อะไรจากการศึกษาครั้งนี้ โดยการสนับสนุนและเปิดโอกาสในการทำงานครั้งนี้จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น จึงเกิดทีมงานนักวิจัยประกอบด้วย กลุ่มชาวบ้าน พระ เด็กและเยาวชนในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน รอบพื้นที่ป่าดิบแล้งแหล่งต้นกำเนิดของสายน้ำลำปะทาว ที่เหลืออยู่บนเทือกเขาภูแลนคา โดยอาศัยแหล่งความรู้ในท้องถิ่นที่มีอยู่แล้ว ๒ ชุด เป็นฐานข้อมูล คือ ๑.) ความรู้ด้านต้นไม้ พืชสมุนไพร ผักพื้นบ้านและต้นไม้ รู้จักชื่อ ช่วงฤดูการออกผล กินได้หรือไม่ได้หรือการนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร เพื่อให้มีประโยชน์ที่หลากหลายแตกต่างเหมาะสม ๒.) อีกอย่างคือความรู้เกี่ยวกับชนิดนก ของกลุ่มเด็ก ๆ ในชุมชนที่ได้มีการศึกษาและรวบรวมมากกว่า 10 ปี ทั้งชื่อนก พฤติกรรม การอพยพ อาหาร แหล่งถิ่นที่อยู่ จากฐานข้อมูลเดิมและเพิ่มฐานข้อมูลใหม่จากการเก็บข้อมูลตามวิธีวิจัยแบบท้องถิ่น เพื่อท้องถิ่น โดยวิธีการที่ทางคณะนักวิจัยได้ช่วยกันปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ทำให้ได้เกิดองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา เพื่อใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น และหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท้องถิ่นอื่น ๆ เช่นกัน ผลการศึกษาเฉพาะส่วนของชนิดนกกินผลไม้ที่ได้อาศัยพื้นที่ป่าต้นน้ำลำปะทาว ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงตัวอย่างนั้น หลังมีการเข้าไปสำรวจข้อมูลในพื้นที่ได้พบเห็นนกกินผลไม้เพิ่มขึ้นอีก 11 ชนิดรวมเป็น 53 ชนิด จากข้อมูลเดิม การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างนกกับระบบนิเวศน์ของพื้นที่ป่าต้นน้ำลำปะทาว พบว่านกเป็นสัตว์ป่าที่มีอาณาเขตในการหากินกว้าง และสามารถไปได้ทุกสภาพพื้นที่ นับเป็นลักษณะพิเศษที่โดดเด่นกว่าสัตว์ป่าชนิดอื่นๆในการกระจายพันธุ์ไม้และยังพบว่านกในกลุ่มกินผลไม้แต่ละชนิดมีวิธีการในการกินและนำเมล็ดพืชไปปลูกในสถานที่แตกต่างกันโดยเมล็ดจะถูกบ่มเพาะในกระเพาะของนกซึ่งมีอุณหภูมิสูงเหมาะสมต่อการเร่งให้มีการเกิดใหม่จากการสำรวจข้อมูลยังพบอีกว่านกจะกินลูกไม้แล้วนำไปถ่ายมูลในที่อื่นซึ่งห่างไกลจากต้นแม่เพื่อจะได้มีต้นไม้เกิด ทดแทนและมีความหลาก หลายชนิดเช่นกลุ่มนกที่โดดเด่นในการกินผลไม้เป็นอาหารหลักคือกลุ่มของนกปรอดซึ่งสามารถพบเห็นได้ง่ายและมีอยู่แทบจะทุกพื้นที่หากินตามพุ่มไม้ในป่าทึบหรือที่บริเวณพื้นที่โล่งเตียนชอบกินผลไม้ทุกชนิด ตั้งแต่มีขนาดเล็กสุด อย่างเช่น ลูกปอหู ไปถึงขนาดใหญ่อย่างลูกไทร ลูกหว้า จึงถูกจัดให้เป็นนกอันดับต้น ๆ ในการฟื้นฟูสภาพของป่า เพราะลูกไม้ส่วนใหญ่ ที่นกชนิดนี้ชอบกินเป็นอาหาร คือ ตะกูลของพืชไม้เบิกนำทั้งสิ้น ได้มีการสรุปข้อมูลและรายชื่อชนิดของนกที่กินผลไม้ มีจำนวนถึง 53 ชนิด จากเดิมที่ได้ข้อมูลมาจากการระดมความรู้ของชาวบ้านและข้อมูลส่วนหนึ่งที่ได้จากชาวบ้าน พบว่าไม่ใช่ชนิดนกที่อาศัยในป่า แต่ชอบอาศัยอยู่ตามลุ่งโล่ง หรืออยู่ใกล้ชุมชน เช่น นกเอี้ยงสาลิกา นกเอี้ยงหงอนและยังปรากฏว่าในแต่ละกลุ่มนกชาวบ้านไม่ได้มีการแยกชนิดย่อยเช่นกลุ่มนกปรอดหรือชาวบ้านเรียกรวมว่านกขอดหรือกลุ่มนกโพระดกชาวบ้านเรียกว่านกกะโดนโดก เป็นต้น พบกลุ่มนกเด่นที่ช่วยขยายพันธุ์ไม้จำนวน 53 ชนิด พบในพื้นที่ 37 ชนิด ไม่พบในพื้นที่ 16 ชนิด (ส่วนใหญ่หายากมาก) ในส่วนของชนิดพันธุ์ไม้ ซึ่งเป็นพืชอาหารนกในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำปะทาว พบจำนวน 105 ชนิดพันธุ์ พบไม้ยืนต้นที่เป็นอาหารนกและคุณค่าความสำคัญทางระบบนิเวศน์สูงโดยเฉพาะชนิดไม้เบิกนำให้กับการฟื้นฟูสภาพของป่า อย่างเช่น ไม้ปอหู ไม้ปอสา กล้วยป่า และไทรซึ่งพืชเหล่านี้จะมีลักษณะเด่นมากสำหรับพื้นที่ป่าที่เมื่อถูกโค่นถาง โล่งเตียน หรือเผาไหม้มักจะมีต้นไม้เหล่านี้เป็นชนิดแรกๆ ในการฟื้นฟูสภาพกลับคืนสู่ป่าที่สมบูรณ์และลักษณะพิเศษของไม้ตระกูลไทรคือสามารถขึ้นได้บนต้นไม้สูงหรือแม้กระทั่งต้นไม้ ตอไม้ที่ตายแล้วเมื่อมีความชื้นเพียงพอเมล็ดพันธุ์ก็สามารถเกิดเป็นต้นใหม่ทดแทนได้ ลูกไทร ไม่เฉพาะแต่นกเท่านั้นที่กินแต่เป็นชนิดไม้ที่สัตว์ป่าหลายชนิดชอบกินมากเมื่อใดก็ตามที่เราพบเห็นต้นไทรในป่า มักจะพบว่าบริเวณแห่งนั้นมีชุ่มชื้นสูง มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดใช้ประโยชน์ และมีพืชอีกหลายชนิดตามมาด้วยเช่นกัน สำหรับประโยชน์ของการทำวิจัยครั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่ป่าต้นน้ำอย่างเช่น กรณีของพื้นที่ป่าภูหลงที่เป็นป่าต้นน้ำลำปะทาว แม้ว่ามีการปลูกต้นไม้ตลอดมาเกือบ ๑๐ ปีแต่กลับมีนกน้อยชนิดที่ช่วยปลูกป่าเมื่อเปรียบเทียบกับป่าภูกลาง ซึ่งก็หมายความว่าป่าภูกลางมีผลไม้ที่เป็นอาหารของนกมากกว่าป่าภูหลง ทั้งๆที่ป่าภูกลางมีการปลูกต้นไม้และดูแลป่าอย่างต่อเนื่องน้อยกว่าป่าภูหลง ด้วยข้อค้นพบนี้ จึงนำไปสู่การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่ปลูกในแปลงปลูกเสริมที่ป่าภูหลงปีนี้เน้นพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหารของนก ซึ่งต่างจากการปลูกต้นไม้ของทุกๆปีที่ผ่านมาที่เป็นปลูกต้นไม้เป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่ใช่อาหารของนกดังนั้นจึงส่งเสริมให้ชาวบ้านเพาะกล้าพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหารของนกเตรียมใว้ปลูกในปีต่อไป มีอีกอย่างที่เป็นประเด็นสำคัญทีเดียว ที่พวกเราค้นพบว่า “นก”ไม่เพียงทำหน้าที่ “ปลูกป่า”เท่านั้นนกยังได้ทำหน้าที่เปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจคือความคิดและความเข้าใจในแบบเดิมๆแค่ว่า “คนเท่านั้น” ที่ปลูกป่ามาเป็นความคิดความเข้าใจแบบใหม่ว่าไม่เฉพาะนกเท่านั้นที่ปลูกป่าแต่ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่ทำหน้าที่ปลูกป่าและดูแลรักษาป่าตามหน้าที่หรือพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ชนิด นั้นๆ อย่างไรก็ตามการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ยังเป็นการจุดประกายเพื่อนำไปสู่การศึกษาระบบความสัมพันธ์ของระบบนิเวศน์ด้วยการวิจัยเฉพาะถึงวิถีชีวิตของนกแต่ละชนิดอย่างต่อเนื่องตลอดอายุขัยซึ่งอาจจะทำให้พวกเรามีความเข้าใจและรู้อะไรๆที่กว้างขวางกว่านี้อีก |
| บรรณานุกรม | : |
สุทธิศาสตร์ ปญญาปทีโป . (2553). นกกับการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ต้นน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุทธิศาสตร์ ปญญาปทีโป . 2553. "นกกับการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ต้นน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุทธิศาสตร์ ปญญาปทีโป . "นกกับการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ต้นน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. สุทธิศาสตร์ ปญญาปทีโป . นกกับการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ต้นน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
