ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กลุ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ระงับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลดความดันโลหิต จากสาหร่ายทะเลบางชนิด

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กลุ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ระงับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลดความดันโลหิต จากสาหร่ายทะเลบางชนิด
นักวิจัย : ดวงตา กาญจนโพธิ์
คำค้น : กระเพาะอาหาร , ความดันโลหิต , สาหร่าย , อนุมูลอิสระ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RMU4980042 , http://research.trf.or.th/node/5320
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สาหร่ายทะเลเป็นแหล่งคุณค่าที่มีสารที่มีฤทธิ์ทางชีววิทยามากมาย งานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสาหร่ายทะเลโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาหร่ายที่มีอยู่ในประเทศไทยมีการรายงานอยู่น้อยมาก ในการศึกษาครั้งนี้ได้ดำเนินการเพื่อตรวจหาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสาหร่ายทะเล 5 ชนิดที่พบอยู่มากตามแถบฝั่งทะเลของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งได้แก่ สาหร่าย Padina minor และSargassum polysystum จากดิวิชั่น Phaeophyta สาหร่าย Ulva recticulata และ Caulepa racmosa จากดิวิชั่น Chlorophyta และสาหร่าย Gracilaria fisheri จากดิวิชั่น Rhodophyta พบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสาหร่ายทะเลจากเมื่อทดสอบโดยวิธี ความสามารถในการกำจัดอนุมูลฤทธิ์กำจัดอนุมูล DPPH+ อนุมูล ABTS+ อนุมูลไฮดรอกซี และ อนุมูล ซุเปอร์ออกไซด์ความสามารถในการรีดิวส์ และต้านการเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชั่น ส่วนสกัดน้ำของสาหร่ายทะเลทั้ง 5 ชนิดเมื่อให้ทางปาก มีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลกระเพาะอาหารเมื่อทดสอบในการทดลองที่ทำให้เกิดแผลจากความเครียด (โดยการขังกรงและแช่ในน้ำ),การให้สารระคายเคือง (สารผสมเอทานอลและกรดไฮโดรคลอริก), ยาอินโดเมทาซิน เมื่อทดสอบในการทดลองด้วยวิธีผูกกระเพาะอาหารส่วนไพโลรัส พบว่าสารสกัดด้วยน้ำของ สาหร่ายทะเล P.minor และ ของสาหร่ายทะเล U. reticulata ซึ่งใช้เป็นตัวแทนของสาหร่ายทะเลที่ศึกษา มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งเห็นได้จาก สามารถลดปริมาณกรดและเพิ่มพีเอชของน้ำย่อย ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ สาหร่ายทะเลออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดแผลกระเพาะอาหารโดยผ่านกลไกยับยั้งการหลั่งกรด นอกจากนั้นในการทดลองที่เหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วยสารผสมของเอทานอลและกรดไฮโดรคลอริกพบว่าสารสกัดด้วยน้ำของ สาหร่ายทะเล P.minor และ ของสาหร่ายทะเล U. reticulata ไม่สามารถป้องกันการสูญเสียของเยื่อเมือกหรือไม่เพิ่มการหลั่งเยื่อเมือกส่วนสกัดน้ำของสาหร่ายทะเลเมื่อฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ มีผลลดความดันโลหิตในหนูที่อยู่ในสภาวะสลบทั้งในหนูที่มีความดันโลหิตปกติและที่ความดันโลหิตสูง จากการทดสอบส่วนสกัดน้ำของสาหร่ายทะเลในการทดลองที่ใช้หัวใจส่วน atrium และหลอดเลือดแดง aorta ของหนูขาวที่แยกออกจากตัว พบว่ามีผลทำให้หัวใจเต้นช้าและหลอดเลือดขยายตัว เป็นไปได้ที่ฤทธิ์ลดความดันโลหิตของสาหร่ายทะเลเกิดเนื่องจากผลการขยายหลอดเลือดและลดอัตราการเต้นของหัวใจ ในส่วนสกัดน้ำของสาหร่ายทะเลทั้ง 5 ชนิด มีกลุ่มสาร polysaccharides, sulfated polysaccharides และ phenolics เมื่อทดสอบส่วนสกัด polysaccharides ของสาหร่าย P. minor พบว่า มีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลกระเพาะอาหาร ดังนั้นเป็นไปได้ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลกระเพาะอาหารของสาหร่ายอื่นๆที่ศึกษาในครั้งนี้เกิดเนื่องจากกลุ่มสาร polysaccharides ที่มีในสาหร่ายเช่นกัน สำหรับ sulfated polysaccharides นั้น มีรายงานว่าบทบาทในฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายอย่าง รวมทั้งฤทธิ์ต้านการเกิดแผลกระเพาะอาหารและต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นสารกลุ่มphenolics ที่พบในสาหร่ายทะเลน่าจะมีบทบาทในฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสาหร่ายทะเลที่ตรวจพบในการศึกษานี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสาหร่ายทะเลทั้ง 5 ชนิดที่ศึกษาในครั้งนี้ในการเป็นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

บรรณานุกรม :
ดวงตา กาญจนโพธิ์ . (2554). กลุ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ระงับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลดความดันโลหิต จากสาหร่ายทะเลบางชนิด.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดวงตา กาญจนโพธิ์ . 2554. "กลุ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ระงับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลดความดันโลหิต จากสาหร่ายทะเลบางชนิด".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดวงตา กาญจนโพธิ์ . "กลุ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ระงับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลดความดันโลหิต จากสาหร่ายทะเลบางชนิด."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
ดวงตา กาญจนโพธิ์ . กลุ่มสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ระงับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลดความดันโลหิต จากสาหร่ายทะเลบางชนิด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.