ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัย องค์กรการเงินชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัย องค์กรการเงินชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม
นักวิจัย : สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล
คำค้น : องค์กรการเงินชุมชน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5240034 , http://research.trf.or.th/node/5230
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษา บทบาทขององค์กรการเงินชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและชุมชนแบบองค์รวม บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนและพัฒนาองค์กรการเงินชุมชน และวิเคราะห์เงื่อนไขขององค์กรการเงินชุมชนในการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม พื้นที่ศึกษาประกอบด้วย ตำบลเขาพระ ตำบลท่าข้าม และตำบลชิงโค จังหวัดสงขลาและองค์กรการเงินชุนชนเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง คือ เครือข่ายองค์กรการเงินชุมชน จังหวัดตราด สถาบันการเงินชุมชน ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี และธนาคารชุมชนมะนัง อำเภอมะนังจังหวัดสตูล โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสานวิธี สัมภาษณ์เชิงลึกหรือการสัมภาษณ์กลุ่มบุคคลที่ให้ข้อมูลหลัก จัดเวทีคืนความรู้ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับตำบล สัมภาษณ์รายบุคคลประชาชนในระดับตำบลทั้ง 3 ตำบล วิเคราะห์เชิงพรรณนา โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และเชิงปริมาณด้วยสถิติที่เหมาะสม และสุดท้าย จัดประชุมสัมมนา เรื่อง “องค์กรการเงินชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม” ให้แกนนำองค์กรการเงินชุมชนประเภทต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ศึกษา ผลการศึกษาสรุปได้ ดังนี้ ประชาชนทั้ง 3 พื้นที่ ร้อยละ 78.3 เป็นสมาชิกองค์กรการเงินชุมชนรูปแบบหนึ่งรูปแบบใดโดยประชาชนที่เป็นสมาชิกองค์กรการเงินชุมชนดังกล่าว ร้อยละ 88.3 เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์นั้น ร้อยละ 8.4 เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ 2 กลุ่ม การเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.8 มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการกู้เงิน ร้อยละ 48.0 ตอบว่าเพื่อประโยชน์ด้านดอกเบี้ยเงินฝาก องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทในการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นเงินจำนวนไม่น้อย อบต. ท่าข้าม เป็น อบต. ที่จัดสรรงบการพัฒนาไปจัดสวัสดิการต่างๆ ดังกล่าว ในสัดส่วนสูงสุด ถึงร้อยละ 61.9 ในขณะที่ อบต. ชิงโคและเขาพระ จัดสรรงบการพัฒนาไปจัดสวัสดิการต่างๆ ดังกล่าว ในสัดส่วน ร้อยละ 55.8 และ 45.7 ตามลำดับ ทั้ง 3 อบต. เข้าร่วมโครงการส่งเสริมสุขภาพกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ร้อยละ 30 ของสมาชิกที่ขอกู้เงินทั้งหมดจากกลุ่มออมทรัพย์ กู้ไปเพื่อปลดหนี้เงินกู้แหล่งอื่นอย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้เสียของกลุ่มออมทรัพย์มีน้อยมากเมื่อเทียบกับกองทุนหมู่บ้าน การยืดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้กองทุนหมู่บ้านจาก 1 ปี เป็น 2 ปี ของรัฐบาล อาจส่งผลให้วินัยของสมาชิกผู้กู้แย่ลงปัญหาการขาดการติดต่อระหว่างผู้กู้กับกองทุนหมู่บ้านจะมีมากขึ้น ปัญหาของกลุ่มออมทรัพย์คือ ไม่ค่อยมีใครขันอาสาเข้ามาเป็นประธานกลุ่ม ผู้นำกลุ่มส่วนใหญ่จึงเป็นผู้สูงวัย และขาดความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินคงเหลือ การจัดสรรเงินกำไรจากการดำเนินงานไปจัดสวัสดิการส่วนใหญ่ไม่เกินร้อยละ 10 โดยสวัสดิการที่จัด ส่วนใหญ่จะเป็นสวัสดิการเชิงรับในรูปของ สวัสดิการเกิด สวัสดิการเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล และสวัสดิการค่าทำศพเป็นสำคัญ มีเพียงส่วนน้อยที่จัดสวัสดิการในลักษณะ “สวัสดิการเชิงรุก” ซึ่งหมายถึง กิจกรรมการจัดสวัสดิการที่มีลักษณะเชิงป้องกัน เชิงเฝ้าระวัง หรือกิจกรรมการจัดสวัสดิการที่มีความคิดใหม่ เครือข่ายสวัสดิการชุมชนในจังหวัดสงขลา แม้จะมีเครือข่ายการจัดตั้งที่ดีตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับจังหวัด สมาชิกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาความยั่งยืนของเงินกองทุนยังเป็นประเด็นที่แกนนำเครือข่ายสวัสดิการชุมชนตำบล ยังมีความกังวล และยังไม่มีการพึ่งพาตนเองด้วยวิธีการเติมเงินเข้าสู่กองทุน เฉกเช่นที่ ตำบลหนองสาหร่าย ตำบลนิคมพัฒนา หรือที่จังหวัดตราด การบันทึกข้อมูลต่างๆ ขององค์กรการเงินชุมชนยังใช้การบันทึกด้วยสมุดบันทึกเป็นหลักความผิดพลาดอันเกิดจากคนมีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก ส่วนช่องทางในการเรียนรู้พบว่า มีหลากหลายแต่จะใช้การเรียนรู้จากความรู้ที่มีในตัวคน (Tacit Knowledge) เป็นหลัก การเรียนรู้ผ่านเครือข่ายในพื้นที่มีประโยชน์และมีประสิทธิภาพ แต่เครือข่ายการเรียนรู้ระดับนี้มีน้อย องค์กรการเงินชุมชนในพื้นที่ศึกษา ที่มีกิจกรรมการพัฒนาแบบองค์รวมมีค่อนข้างน้อยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กหรือใหญ่ (ที่วัดจากปริมาณเงินฝากหรือเงินหมุนเวียน) จะให้ความสำคัญกับมิติเศรษฐกิจ หรือความอยู่รอดทางการเงินของกลุ่มเป็นสำคัญ มีเงื่อนไข 7 ประการ ที่มีส่วนสำคัญให้เกิดแนวคิด และการดำเนินการการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมขององค์กรการเงินชุมชนโดยเป็นปัจจัยภายนอก 2 ประการ คือ (1) การสนับสนุน/ได้รับความร่วมมือจากองค์กร/หน่วยงานภายนอก (2) การให้ความสำคัญ และให้การสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเป็นปัจจัยภายในองค์กรการเงินชุมชนเอง 5 ประการ คือ (3) วิสัยทัศน์ และการเอาจริงเอาจังของผู้นำองค์กรการเงินชุมชน (4) ความเป็นประชาธิปไตยและการเปิดกว้างของผู้นำองค์กรการเงินชุมชน(5) ความเข้มแข็งและความเป็นปึกแผ่นของกรรมการองค์กรการเงินชุมชน (6) ฐานะทางการเงิน ขององค์กรการเงินชุมชน (7) การให้ความสำคัญกับการจัดการความรู้ของผู้นำองค์กรการเงินชุมชนและการมีช่องทางการเรียนรู้ องค์กรการเงินชุมชนจึงต้องปรับวิธีคิดวิธีทำงานเพื่อเพิ่มความเข้มแข็ง และการพึ่งพาตัวเองได้โดยเริ่มจากการสังเกตปัญหาจากภายในองค์กรก่อน จากนั้นจึงนำความรู้จากช่องทางต่างๆ มาช่วยแก้ปัญหา ในขณะที่ อบต. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องปรับวิธีคิดและวิธีทำงานที่เริ่มจากศักยภาพที่เป็นจริงในพื้นที่ และความต้องการที่แท้จริงขององค์กรการเงินชุมชน

บรรณานุกรม :
สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล . (2555). โครงการวิจัย องค์กรการเงินชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล . 2555. "โครงการวิจัย องค์กรการเงินชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล . "โครงการวิจัย องค์กรการเงินชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2555. Print.
สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล . โครงการวิจัย องค์กรการเงินชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2555.