| ชื่อเรื่อง | : | โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง |
| นักวิจัย | : | อารี วิบูลย์พงศ์ |
| คำค้น | : | วิสาหกิจชุมชน , เกษตร , เศรษฐกิจพอเพียง |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4940006 , http://research.trf.or.th/node/5084 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนี้ มีคำถามวิจัยที่สำคัญ 2 ประการ คือ 1) ปัจจัยใดบ้างที่เป็นเหตุให้ระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนมีความยั่งยืนต่างกัน และระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนควรมีระบบการบริหารจัดการการผลิตอย่างไรเพื่อให้พัฒนาได้อย่างยั่งยืนบนฐานอัตลักษณ์ และ 2) วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best practice) ของระบบการผลิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงควรเป็นอย่างไร เพื่อตอบคำถามข้างต้นงานวิจัยนี้จึงเลือกระบบการผลิตเกษตรและผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่สะท้อนอัตลักษณ์ของภาคเหนือ ได้แก่ ข้าว ลำไย ส้ม โคนม อาหารแปรรูปพื้นบ้าน และหัตถกรรมพื้นบ้าน รวม 18 ระบบการผลิต (กลุ่ม/สหกรณ์) ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา และน่าน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคเหนือตอนบน การศึกษาใช้วิธีการผสมผสานสำหรับการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์และการพัฒนา คือ การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้รวม 4 ครั้ง การสัมภาษณ์เชิงลึกแกนนำกลุ่ม 18 กลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึกสมาชิกรวม 143 ราย การจัดทำโครงการพัฒนาตนเองของกลุ่ม/สหกรณ์ และการจัดเล่นบทบาท (role play) จากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อค้นหาความรู้ความเข้าใจต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการค้นหาอัตลักษณ์ของทั้ง 6 ระบบการผลิตพบว่ามีความรู้ความเข้าใจในกรอบแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไขค่อนข้างหลากหลาย แต่กลุ่ม/สหกรณ์เกือบทั้งหมดมุ่งไปที่เศรษฐกิจพอเพียงในระดับการผลิตที่เพียงพอต่อการบริโภคและขายในส่วนที่เหลือ กลุ่ม/สหกรณ์ให้ความสำคัญและความเข้าใจต่อประเด็นความรู้และการสร้างภูมิคุ้มกันค่อนข้างน้อย นอกจากนี้กลุ่ม/สหกรณ์ทั้งหมดไม่ตระหนักถึงประเด็นของ “อัตลักษณ์” เลย แต่เริ่มเรียนรู้และเริ่มพัฒนาซึ่งสามารถวิเคราะห์ออกมาได้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับรู้ เรียน และรุ่ง โดยพบว่ากลุ่ม/สหกรณ์ส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับแรกเท่านั้น จากกระบวนการการมีส่วนร่วมโดยให้กลุ่ม/สหกรณ์ประเมินตนเองโดยใช้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกตามความคิดเห็นหรืออัตวิสัย (subjective assessment : SA) และการประเมินเชิงภววิสัย (objective assessment : OA) จากข้อมูลเชิงลึกเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติที่ดี โดยมีการประเมินหลัก 3 ด้าน คือ 1) การบริหารจัดการที่ดี 7 ด้าน (ด้วยคำถาม 171 ข้อ) 2) การปฏบัติที่สอดคล้องตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 15 ประการ (ด้วยคำถาม 129 ข้อ) และ 3) แนวโน้มความยั่งยืนหรือการสะสมทุน 4 ประการ (ด้วยคำถาม 40 ข้อ) ผลการศึกษาการประเมินเชิงอัตวิสัยและภววิสัยในประเด็นหลัก 3 ด้านของกลุ่ม/สหกรณ์มีคะแนนอยู่ในระดับปานกลาง และค้นพบว่าการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมีความสอดคล้องกับระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงสูง จุดอ่อนที่สำคัญของกลุ่ม/สหกรณ์ส่วนใหญ่ในด้านการบริหารจัดการ คือ การขาดการมองการบริหารในลักษณะองค์รวมเพราะให้ความสำคัญด้านการจัดการองค์กรและการผลิตเป็นหลัก ในขณะที่การบริหารจัดการสวัดิการชุมชนให้ความสำคัญเป็นลำดับท้ายสุด ข้อค้นพบที่สำคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง คือ ขาดการให้ความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่ม/สหกรณ์ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในระดับนโยบายของประเทศ ระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่ม/สหกรณ์โดยเฉลี่ยเท่ากับ 3.13 จาก 5.0 คะแนน โดยกลุ่มการผลิตส้มมีคะแนนต่ำสุดเพียง 1.84 คะแนน และกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านมีคะแนนสูงที่สุด คือ 3.47 คะแนน ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับเศรษฐกิจพอเพียงหรือความยั่งยืน คือ การมีขนาดการผลิตและขนาดของกลุ่มที่เหมาะสมและไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปจนไม่สามารถสร้างความหลากหลายในผลิตภัณฑ์และบริการได้ ประสบการณ์มีความสำคัญเพราะส่งผลต่อการมีความรู้ที่จะนำมาใช้ในระบบการผลิตและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ทุนทางสังคมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเพราะเป็นที่มาของความเข้มแข็งของกลุ่ม เป็นที่สังเกตุว่าสินค้าเกษตรที่มีวิธีเขตกรรมยุ่งยาก เช่น ส้มนั้นชาวสวนมีความลำบากในการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จากการวิเคราะห์ความยั่งยืนด้วยหลักเกณฑ์ทั้ง 3 ด้านดังกล่าว ได้พบกลุ่ม/สหกรณ์ตัวอย่างที่คณะเสนอแนะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคเหนือตอนบน ได้แก่ สหกรณ์โคนมไชยปราการ จำกัด กลุ่มแม่บ้าน เยาวชนและผู้สูงอายุพัฒนาหัตถกรรมบ้านดงป่าซาง กลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านต้นผึ้ง และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเกาะคา ท้ายที่สุด รายงานฉบับนี้ได้สรุปบทเรียนและยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในภาพรวม และจำแนกตามระบบการผลิต เพื่อนำมาซึ่งแนวทางการพัฒนาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ควรจะเป็นของระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ของภาคเหนือ |
| บรรณานุกรม | : |
อารี วิบูลย์พงศ์ . (2554). โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อารี วิบูลย์พงศ์ . 2554. "โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อารี วิบูลย์พงศ์ . "โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. อารี วิบูลย์พงศ์ . โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตเกษตรและวิสาหกิจชุมชนตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
