| ชื่อเรื่อง | : | การสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากวัสดุชีวมวล สำหรับการประยุกต์ใช้เป็นวัสดุกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน |
| นักวิจัย | : | สิงหเดช แตงจวง |
| คำค้น | : | Activated Carbon , KOH and CO2 activation , Surface área , การกระตุ้นด้วย KOH และ CO2 , ถ่านกัมมันต์ , พื้นที่ผิว |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080235 , http://research.trf.or.th/node/4825 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในงานวิจัยนี้สามารถเตรียมถ่านกัมมันต์ได้จากเปลือกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยการใช้เทคนิคการกระตุ้นทางเคมีด้วย KOH และทางกายภาพด้วยกาซ CO2 ที่อุณหภูมิการเผา 850oC ถ่านกัมมันต์ที่เตรียมได้มีการพัฒนาโครงสร้างรูพรุนเป็นแบบ mesoporus ด้วยปริมาตรที่เพิ่มขึ้นจาก 20-28% และ 27-45% สำหรับถ่านกัมมันต์ที่เตรียมด้วยอัตราส่วนของ KOH/char = 1 และ 4 ตามลำดับ ค่าพื้นที่ผิว (BET) ของถ่านกัมมันต์ที่เตรียมด้วยอัตราส่วน KOH/char = 1 และใช้เวลาการกระตุ้นด้วย CO2 เป็นเวลา 20 ถึง 150 นาที มีค่าเพิ่มขึ้นจาก 222 to 627 m2/g และถ่านกัมมันต์ที่เตรียมด้วยอัตราส่วน KOH/char = 4 ใช้เวลาการกระตุ้นเหมือนกันมีค่า BET เพิ่มขึ้นจาก 682 ถึง 1120 m2/g ถ่านกัมมันต์ที่เตรียมได้นี้ได้ค่าพื้นที่ผิวที่สูงใกล้เคียงกับของถ่านกัมมันต์คุณภาพสูงที่มีขายในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นถ่านกัมมันต์ที่เตรียมจากเปลือกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์นี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานที่หลากหลายเช่น เป็นวัสดุกักเก็บกาซ ใช้เป็นวัสดุในการดูดซับเพื่อบำบัดน้ำเสีย หรือการทำน้ำดื่มบริสุทธิ์ สำหรับการนำไปทดสอบการดูดซับโลหะหนักของไอออนของ Pb2+, Cd 2+ และ Cr+3 ผลการดูดซับถ่านกัมมันต์จากเปลือกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์นี้สามารถดูดซับไอออนของ Pb2+, Cd 2+ และ Cr+3 ได้ 99.6% ที่ pH 6.5, 99.4% ที่ pH 6.0 และ 99.3% ที่ pH 3.5 ตามลำดับ ข้อมูลจากการทดลองนำไปใช้คำนวณไอโซเทอมการดูดซับด้วยสมการของ Freundlich และ Langmuir ได้ค่าความสามารถการดูดซับมากที่สุดของไอออน Pb2+, Cd 2+ และ Cr+3 มีค่าเป็น 28.90 mg/g, 14.29 mg/g และ 13.93 mg/g ตามลำดับ In this work, cashew nut shells were converted into activated carbon powders using KOH activation plus CO2 gasification at 850oC. The increase both of impregnation ratio and activation time, there was swiftly the development of mesoporous structure with increasing of mesopore volume ratio from 20-28% and 27-45% for activated carbon with ratio of KOH/char equal to 1 and 4, respectively. Activated carbon derived from KOH/char ratio equal to 1 and CO2 gasification time from 20 to 150 min exhibited the BET surface area increasing from 222 to 627 m2/g, and those derived from KOH/char ratio of 4 with activation time from 20 to 150 min exhibited high BET surface area from 682 to 1120 m2/g. These BET surface area values were pretty closed to that of the commercial one, then the cashew nut shells can be used as a suitable material for production of a high quality activated carbon, which make them more suitable for applications of gas-phase and liquid-phase adsorption for example gas storage and wastewater treatment or drinking water purification. The adsorption of Pb2+, Cd 2+ and Cr+3 ions was investigated. Maximum adsorption of Pb2+, Cd 2+ and Cr+3 ions presented at 99.6% at pH 6.5, 99.4% at pH 6.0 and 99.3% at pH 3.5, respectively. The experimental data was calculated from Freundlich isotherm and Langmuir isotherm model. The maximum capacities of Pb2+, Cd 2+ and Cr+3 ions were found to be 28.90 mg/g, 14.29 mg/g and 13.93 mg/g, respectively. |
| บรรณานุกรม | : |
สิงหเดช แตงจวง . (2553). การสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากวัสดุชีวมวล สำหรับการประยุกต์ใช้เป็นวัสดุกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สิงหเดช แตงจวง . 2553. "การสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากวัสดุชีวมวล สำหรับการประยุกต์ใช้เป็นวัสดุกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สิงหเดช แตงจวง . "การสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากวัสดุชีวมวล สำหรับการประยุกต์ใช้เป็นวัสดุกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. สิงหเดช แตงจวง . การสังเคราะห์ถ่านกัมมันต์จากวัสดุชีวมวล สำหรับการประยุกต์ใช้เป็นวัสดุกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
