ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาผลของการเติมน้ำยางพาราที่มีต่อการปรับปรุงสมบัติทางกลของคอมพอสิตโฟมที่มีแป้งมันสำปะหลังและไคตินเป็นส่วนประกอบ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาผลของการเติมน้ำยางพาราที่มีต่อการปรับปรุงสมบัติทางกลของคอมพอสิตโฟมที่มีแป้งมันสำปะหลังและไคตินเป็นส่วนประกอบ
นักวิจัย : มณิศรา พิริยวิรุตม์
คำค้น : คอมโพสิตโฟม , ยางพารา , สมบัติทางกล , แป้มมันสำปะหลัง , ไคติน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5050042 , http://research.trf.or.th/node/4218
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการสมบัติของคอมพอสิตโฟมแป้งมันสำปะหลัง/ไคติน (เบต้า-ไคติน) ที่มีการ เติมน้ำยางพารา โดยใช้วิธีการอัดขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดแบบ สภาวะที่เหมาะสมในการขึ้นรูปคือที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ด้วยความดัน 80-110 kgf/cm2 เป็นเวลา 2 นาที สำหรับการขึ้นรูปของคอมพอสิตโฟมแป้งมัน สำปะหลังกับน้ำที่มีการเติมไคติน จากการปรับเปลี่ยนปริมาณน้ำร้อยละ 130-170 โดยน้ำหนักแป้ง พร้อมกับ ปริมาณไคตินร้อยละ 0-30 โดยน้ำหนักแป้ง ซึ่งปริมาณน้ำ 140% โดยน้ำหนักแป้งและไคติน 10% โดยน้ำหนัก แป้งเป็นช่วงที่เหมาะสม คอมพอสิตโฟมที่ได้นี้จะมีลักษณะเป็นแบบเซลล์เปิดค่อนข้างสม่ำเสมอและมีสมบัติเชิง กลที่สูงที่สุด ในขณะเดียวกันเมื่อเติมด้วยน้ำยางพาราลงไปผสม 5-30% โดยน้ำหนักแป้ง พร้อมด้วย Non-idet P40 1.5% โดยน้ำหนักของยางในน้ำยาง เพื่อช่วยให้น้ำยางกระจายตัวในของผสมได้ดียิ่งขึ้น พบว่าที่ปริมาณ การเติมน้ำยางพารา 5% สมบัติเชิงกลของคอมพอสิตโฟมไม่เปลี่ยนแปลงแต่จะมีแนวโน้มลดลงเมื่อเพิ่มปริมาณ น้ำยางมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีผลทำให้คอมพอสิตโฟมมีความหนาแน่นสูงขึ้นและสามารถทนน้ำได้ดียิ่งขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโฟมแป้งของ KU GREEN ประสิทธิภาพการทนน้ำยังต่ำกว่าเล็กน้อย จากการศึกษาการ ย่อยสลายด้วยเอนไซม์อะไมเลสของคอมพอสิตโฟมพบว่าเกิดการย่อยสลายได้ช้าลงเมื่อมีการเติมน้ำยางพารา แต่การเติมน้ำยางพาราไม่มีผลต่อสมบัติทางความร้อนของคอมพอสิตโฟมเลย Natural rubber latex added tapioca-chitin composite foam was studied by compression molding. The composite foam was molded at 180 degree C, 80-100 kgf/cm2 for two minutes. Water content at 130-170 percent and beta-chitin at 0-30 percent by weight of tapioca starch were studied to find the best composition to obtain homogeneous open cell and highest mechanical properties of composite foam. The best composition for composite foam is 140% and 10% of water content and chitin, respectively. The effect of natural rubber latex content at 5 to 30 percent of tapioca-starch and Non-idet P40 1.5% by weight of latex on mechanical properties of composite foam were studied. It has no significant change in mechanical properties at 5% of natural rubber latex but the mechanical properties were decreased by the increasing of latex content. Higher content of latex causes higher density of composite foam, and better in water resistance property. However, natural rubber latex added tapioca-chitin composite has a bit lower in water resistance comparing to KU Green. It was found that the composite foam has slow degradation with alpha-amylase. No significant effect of natural rubber latex addition on thermal stability of the composite foam was observed.

บรรณานุกรม :
มณิศรา พิริยวิรุตม์ . (2552). การศึกษาผลของการเติมน้ำยางพาราที่มีต่อการปรับปรุงสมบัติทางกลของคอมพอสิตโฟมที่มีแป้งมันสำปะหลังและไคตินเป็นส่วนประกอบ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มณิศรา พิริยวิรุตม์ . 2552. "การศึกษาผลของการเติมน้ำยางพาราที่มีต่อการปรับปรุงสมบัติทางกลของคอมพอสิตโฟมที่มีแป้งมันสำปะหลังและไคตินเป็นส่วนประกอบ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มณิศรา พิริยวิรุตม์ . "การศึกษาผลของการเติมน้ำยางพาราที่มีต่อการปรับปรุงสมบัติทางกลของคอมพอสิตโฟมที่มีแป้งมันสำปะหลังและไคตินเป็นส่วนประกอบ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
มณิศรา พิริยวิรุตม์ . การศึกษาผลของการเติมน้ำยางพาราที่มีต่อการปรับปรุงสมบัติทางกลของคอมพอสิตโฟมที่มีแป้งมันสำปะหลังและไคตินเป็นส่วนประกอบ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.