ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเพื่อเสนอแนวทางการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องในเมืองการศึกษา : กรณีศึกษาชุมชนเมืองมหาสารคาม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเพื่อเสนอแนวทางการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องในเมืองการศึกษา : กรณีศึกษาชุมชนเมืองมหาสารคาม
นักวิจัย : เพชรลัดดา เพ็ชรภักดี
คำค้น : Commercial Entertainment District , Educational City , Zoning , การกำหนดเขตพื้นที่ , สถานบริการ , เมืองการศึกษา
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=TRG4580081 , http://research.trf.or.th/node/4123
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาหาแนวทางในการกำหนดเขพื้นที่สถานบริการ (Zoning) ตาม นโยบาย จัดระเบียบสังคม ภายในชุมชนเมืองมหาสารคามและบริเวณเกี่ยวเนื่อง ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ภาพลักษณ์ของชุมชน โดยพัฒนาควบคู่กับการตำนึงถึงชุมชนดั้งเดิม ของเมือง ผลจากการศึกษาครั้งนี้จะมีประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางการกำหนดพื้นที่สถานบริการ (Zoning) ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ตามสภาพและบริบททางด้านการวางผังเมืองและการควบคุมการพัฒนาเมืองในประเทศไทย วิธีวิจัย ได้แก่ การศึกษา 1. แนวคิด ทฤษฎีกำกับการศึกษา การทบทวนวรรณกรรม และข้อมูลพื้นฐานการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ (Zoning) 2. รูปแบบการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) และประสบการณ์ของต่างประเทศ 3. การพัฒนา และการบริหารจัดการรูปแบบการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) ในประเทศไทย ประสบการณ์และสถานภาพการ กำหนดเขตพื้นที่ (Zoning) สำหรับประเทศไทย 4. ศึกษาสภาพพื้นที่ชุมชนเมืองมหาสารคามประเด็นและปัญหาในกระบวนการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ (Zoning) ในชุมชนเมืองมหาสารคาม 5. ข้อเสนอแนะแนวทางการกระบวนการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ (Zoning) และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องในเมืองการศึกษา กรณีชุมชนเมืองมหาสารคาม จากผลสรุปในการวิจัยพบว่าการศึกษาที่ได้ เน้นน้ำหนักของความสนใจหลัก ไปที่การกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการโดยเน้นการศึกษามิติทางกายภาพชุมชน เมืองเป็นหลัก โดยพบว่าแนวทางการกำหนดระยะห่าง (Distance Zoning) มีความเป็นไปได้มากกว่า เหมาะสมกับสภาพของเมืองและมีความยืดหยุ่นมากกว่า และไม่เป็นการเน้นหรือสร้างความเข้มข้นของกิจกรรมสถานบริการหรือสถานบันเทิงมากจนเกินไป และเสนอให้พัฒนาบรรยากาศแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาภายในชุมชนเมืองมหาสารคามซึ่ง จัดได้ว่าเป็มมาตรการเสริมในทางบวกแก่เยาวชน (Positive) และข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคต คือ การศึกษาอย่างละเอียดหลายๆปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ ด้านประชากรศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์ การบริหารจัดการ ฯลฯ ดังตัวอย่างที่กล่าวมานี้ ยังขาดการศึกษาที่โยงใยให้เห็นความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับวางแผนและผังชุมชนเมืองทั้งสิ้น การศึกษาวิจัยที่ได้หากต้องการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม (Concrete) จึงต้องเพิ่มเติมโจทย์ใหม่ และมีความจำเป็นต้องวิธีวิจัยแบบสำรวจทางกายภาพเป็นหลัก ผสมผสานกับการศึกษามิติทางสังคม This research aims to pursue the suitable means to planned and controlled on behalf of the Government, Commercial Entertainment District by proposing a Zoning Control Campaign. And to investigate and propose the zone for entertainment business establishments and then permitting those uses as-of-right in educational city such as Mahasarakham City. The question remains whether zoning is effectively ridding residential and school areas in close proximity to entertainment facilities of resulting adverse effects. Methodology: This research explores the above question and proposes possible solutions. Part 1 outlines the history of law and discusses Government Regulations regarding zoning out entertainment businesses. Part II explores the growth of adult use businesses and zoning regulations. Part III defines the secondary effects associated with these establishments, evaluates the growth effects, and analyzes the relationship between the adult use businesses and the negative effects seen in residential neighborhoods. Finally, Part IV assesses possible zoning solutions and alternative methods to decrease negative secondary effects. Result, Discussion and Conclusion : One of the positive effects of the proposed zoning laws is to help the police force manage and control the adult enterprises. The Government has affirmed local government’s responsibility to reduce the negative impact of these entertainment businesses on neighborhood integrity, family life and property values. Although in some cases a direct approach to the problem by ways of adoption and zoning method enforcement are regarded as impractical, Thai’s local officials implemented zoning as a method to control the uses and availability of these facilities to follow the master strategic policy which is to revitalize the inner city social development by zoning. The question remains whether zoning is effectively ridding residential and school areas in close proximity to entertainment facilities of resulting adverse effects. Hence, the result is seek for flexible zoning, distance zoning and propose guidelines for Educational City as Mahasarakham City.

บรรณานุกรม :
เพชรลัดดา เพ็ชรภักดี . (2552). การศึกษาเพื่อเสนอแนวทางการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องในเมืองการศึกษา : กรณีศึกษาชุมชนเมืองมหาสารคาม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เพชรลัดดา เพ็ชรภักดี . 2552. "การศึกษาเพื่อเสนอแนวทางการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องในเมืองการศึกษา : กรณีศึกษาชุมชนเมืองมหาสารคาม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เพชรลัดดา เพ็ชรภักดี . "การศึกษาเพื่อเสนอแนวทางการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องในเมืองการศึกษา : กรณีศึกษาชุมชนเมืองมหาสารคาม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
เพชรลัดดา เพ็ชรภักดี . การศึกษาเพื่อเสนอแนวทางการกำหนดเขตพื้นที่สถานบริการ(Zoning) และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องในเมืองการศึกษา : กรณีศึกษาชุมชนเมืองมหาสารคาม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.